6 สิ่งควรทำเมื่ออยู่กับผู้ป่วยหรือครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต

ความตายเป็นสิ่งๆหนึ่งที่แน่นอนว่าทุกคนต้องประสบโดยไม่มีข้อยกเว้น เมื่อไหร่ที่ไหนและเกิดขึ้นกับใครนั้น ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้เว้นแต่ผู้สร้างองค์เดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่ถ้าเราสามารถรับรู้หรือพบได้คือเมื่อตอนที่ผู้ตายกำลังจะสิ้นลมหายใจ และในตอนนั้นเองสิ่งที่เราสามารถทำได้คือ พยายามให้เขาจากไปในรูปแบบที่อิสลามต้องการ จริงอยู่ว่าอยู่ที่อิหม่านหรือความศรัทธาที่เขาสร้างมานั้นเขาจะเสียในสภาพไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากเราสามรถช่วยเขาได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก มีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

1.ผู้ป่วยกำลังจะสิ้นลมหายใจ

เมื่อต้องรับมือกับคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความตาย สิ่งสำคัญที่เราต้องทำคือ ให้เขาจากไปโดยให้ระลึกถึงพระเจ้าหรือเอกองค์อัลลอฮฺจะเป็นการดียิ่ง นั่นก็แปลว่าสมควรให้คนใดคนหนึ่งทำการตัลกีน ( تَلْقِـيْن ) คือ นำกล่าวหรือสอนผู้ใกล้จะสิ้นใจให้กล่าว กะลิมะฮ์เตาฮีดตามว่า La ilaha illallah (ไม่มีพระเจ้าอื่นใด เว้นแต่เอกองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ) 

หนึ่งในฮาดิษ ท่านรอซูลได้กล่าวไว้ว่า "ผู้ใดก็ตามที่กล่าวประโยคสุดท้ายของเขาคือ 'La ilaha illallah' เขาจะได้เข้าสวรรค์." (H.R. Abu Dawud).

2.ผู้ป่วยสิ้นลมหายใจ

สำหรับคนรอบข้างหรือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวสุหนัตสำหรับเขาให้กล่าวอิสติรญาอฺ ( الاسترجاع ) คือกล่าวประโยคหรือวรรคหนึ่งจากอัลกุรอาน ในบทอัลบะกอเราะฮ์

إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ

“ แน่แท้เราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแน่นอนเราต้องกลับสู่พระองค์ “ บทอัลบะกอเราะฮ์ โองการที่ 156 ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์ ภรรยาคนหนึ่งของท่านรอซูล (ซ.ล) กล่าวว่า “ ดิฉันได้ยินท่านรอซูลุลลอฮ์ (ซ.ล) กล่าวว่า ไม่ว่าบ่าวคนใดที่ประสบทุกข์ภัยและเขากล่าวดุอาอฺว่า

إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ اللَّهُمَّ أْجُرْنِي فِي مُصِيبَتِي وَأَخْلِفْ لِي خَيْرًا مِنْهَا

“ อินนาลิ้ลลาฮี่ ว่า อินนา อี้ลัยฮี่ รอญี่อูน อัลลอฮุมม๊ะญุรนี ฟี มู่ซีบ้าตี ว่า อัคลิฟ ลี ค็อยร็อน มินฮา ” ( แน่แท้เราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแน่นอนเราต้องกลับสู่พระองค์ โอ้อัลลอฮ์ขอพระองค์ทรงตอบแทนกุศลความดีแก่ข้าพระองค์ในทุกข์โศกของข้าฯ และขอทรงโปรดประทานสิ่งที่ดีกว่าทด แทนให้ข้าฯด้วยเทอญ) 

และเมื่อครั้งที่อาบูสะละมะฮ์สามีของดิฉันเสียชีวิต ดิฉันก็กล่าวตามที่ท่านรอซูลได้เคยแนะนำไว้

ปรากฏว่าอัลลอฮ์ทรงทดแทนผู้ที่ดีกว่าอาบูสะละมะฮ์ให้กับดิฉัน นั่นคือท่านรอซูลนั่นเอง “ บันทึกโดยมุสลิม ท่านอาบูมูซาอัลอัชอะรีย์รายงานว่า ท่านรอซูลกล่าวว่า อัลลอฮ์ทรง มีรับสั่งถามบรรดามะลาอิกะฮ์ที่ถอดวิญญาณลูกน้อยของบ่าวว่า “ บ่าวของข้า (พ่อของเด็ก) พูดว่า อย่างไร ? ” มะลาอิกะฮ์ทูลตอบว่า “ บ่าวของพระองค์สรรเสริญพระองค์ และกล่าวอิสติรญาอฺว่า อินนาลิ้ลลาฮฺ ว่า อินนา ........... ” อัลลอฮ์จึงทรงรับสั่งแก่บรรดามะลาอิกะฮ์ว่า “ พวกเจ้าจงสร้างบ้านหนึ่งหลังในสวรรค์ ให้แก่บ่าวของเราคนนี้เถิด และจงตั้งชื่อบ้านหลังนั้นว่า ” บัยตุ้ลฮัมดิ ” บ้านแห่งการสรรเสริญ ” บันทึกโดยอัตติรมิซีย์

3. ปิดตาให้มัยยัต(ศพ)และขอดุอาอฺ

เมื่อตรวจสอบเป็นที่แน่นอนแล้วว่าผู้ตายได้หยุดหายใจจริงหรือเสียชีวิต ควรปิดตามัยยัตให้สนิทจนอยู่ในสภาพปกติเหมือนคนนอนหลับและดุอาอฺสิ่งดีๆให้กับเขา ดังเช่นตัวอย่างที่มาจากท่านรอซูล(ซ.ล)

เมื่อครั้งที่ท่านอาบูสะละมะฮ์ (ร.ด) สิ้นลมหายใจ ท่านรอซูล (ซ.ล) ได้เข้าไปดูศพและเห็นว่าดวงตาของอาบูสะละมะฮ์ยังเหลือกค้างอยู่ ท่านจึงเอามือลูบบนดวงตาของอาบูสะละมะฮ์จนปิดสนิท และท่านรอซูล (ซ.ล) ก็กล่าวแนะนำชี้แจงแก่บรรดาซอฮาบะฮ์ในที่นั้นว่า

إِنَّ الرُّوحَ إِذَا قُبِضَ تَبِعَهُ الْبَصَرُ

“ แท้จริงเมื่อวิญญาณถูกถอดออกจากร่าง ดวงตาจะจ้องมองตามวิญญาณที่ออกไป “ โดยมุสลิม

4. ตั้งศพนอนหันหน้าไปทางกิบลัต

แนะนำให้ผู้ป่วยหรือผู้ใกล้สิ้นใจนอนท่าตะแคงขวาหันหน้าไปทิศกิบละฮ์เท่าที่สามารถจะทำได้ หากไม่สามารถก็ให้อยู่ในท่าหรืออิริยาบถที่ผู้ป่วยหรือผู้ใกล้สิ้นใจรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด แต่สมควรพยายามให้อวัยวะส่วนมากในร่างกายได้หันไปทิศกิบละฮ์ เพราะทิศกิบละฮ์คือทิศที่ประเสริฐที่สุด เป็น ทิศสำหรับมุสลิมทุกคน ทั้งคนเป็นและคนตาย ดังปรากฏรายงานจากท่านรอซูลุลลอฮ์ (ซ.ล) ว่า

قِبْلَتُكُمْ أَحْيَاءًا وَأَمْوَاتًا

ความหมาย “ กะอฺบะฮ์ คือกิบละฮ์ของทั้งคนเป็นและคนตาย ” บันทึกโดยอาบูดาวูด และมีรายงานจากท่านอาบีกอตาดะฮ์ (ร.ด) ว่า เมื่อครั้งที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ (ซ.ล) เดินทางมาถึงเมืองมะดีนะฮ์ ท่านได้ถามหาสหายคนหนึ่งของท่านที่ชื่ออัลบะรออฺอิบนุมะอฺรู้ร (ร.ด) จากนั้นมีผู้รายงานให้ท่านรอซูล (ซ.ล) ทราบ ว่าบะรออฺ (ร.ด) ได้เสียชีวิตแล้วและมีคำสั่งเสียไว้ 2 ประการ คือ

(1)ยกทรัพย์สินจำนวน 1 ใน 3 ของทรัพย์สินทั้งหมดให้ท่านรอซูล และ

(2)ให้จัดท่านอนหันหน้าสู่ทิศกิบละฮ์ให้ขณะใกล้จะสิ้นใจท่านรอซูล (ซ.ล) จึงกล่าวตอบว่า أَصَابَ الْفِطْرَةَ “ บะรอฮ์ทำถูกต้องแล้ว (คือตรงตามซุนนะฮ์) และข้าพเจ้าขอยกทรัพย์สินจำนวนนั้นทั้งหมดคืนให้แก่ทายาทของเขา ” บันทึกโดยอัลบัยหะกีย์และท่านอัลหากิมระบุว่าเป็นหะดีษซอเหียะห์ได้มาตรฐาน  "

5. ปกคลุมหรือปกปิดมัยยัตด้วยผ้า

มายัต(ศพ)ควรคลุมด้วยผ้าที่มีขนาดที่สามารถปกปิดทุกส่วนของร่างกายให้มิดชิดไม่ให้เอาเราะฮฺเปิด เพื่อป้องการความอุจาดตาแก่ผู้พบเห็น และป้องกันสัตว์หรือแมลงมารบกวนทำลายศพ  ดังที่มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่า “เมื่อครั้งที่ท่านรอซูลเสียชีวิต(วะฟาต)  ร่างของท่านถูกห่มคลุมด้วยผ้า ” บรุด ” มีลายเป็นทาง ” บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

6.รีบจัดการศพ (คนตาย)

จงรีบจัดการศพ ตามขั้นตอนและหลักการศาสนาโดยเร่งด่วนตามสมควร นั่นก็คือ ให้รีบอาบน้ำให้ศพ,ห่อหุ้มศพให้มิดชิด,ละหมาดขอดุอาอ์ให้อัลลอฮ์ทรงอภัยโทษและเมตตาต่อศพและนำไปฝังให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ศพส่งกลิ่นเน่าเหม็นหรือ โดนสัตว์ขุดคุ้ยขึ้นมากินซากหรือทำลายศพ ทั้งนี้การจัดการศพตามขั้นตอนต่างๆต้องดำเนินไปอย่าง ถูกต้องและเหมาะสม ท่านอาบูฮุรอยเราะฮ์ (ร.ด) รายงานจากท่านรอซูล (ซ.ล) ว่า

َسْرِعُوا بِالْجِنَازَةِ فَإِنْ تَكُ صَالِحَةً فَخَيْرٌ تُقَدِّمُونَهَا وَإِنْ تَكُ سِوَى ذَلِكَ فَشَرٌّ تَضَعُونَهُ عَنْ رِقَابِكُمْ

“ พวกท่านจงเร่งรีบในการจัดการญะนาซะฮ์เถิด เพราะหากญะนาซะฮ์นั้นเป็นคนดี ก็ถือเป็นการดีสมควรดีแล้วที่พวกท่านเร่งให้เขาได้รับความดีเร็วขึ้น แต่หากว่าญะนาซะฮ์นั้นเป็นคนไม่ดี ก็เป็นการสมควรอีกเช่นกันที่พวกท่านจะได้ปลดความไม่ดีนี้ให้พ้นไปจากต้นคอของพวกท่าน ” บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

หวังว่าสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ สามารถเป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัติ เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์ดังกล่าว จะเป็นสิ่งที่ดีมาก หากคนในครอบครัวหรือญาติพี่น้องกำลังประสบกับเหตุการณ์ดังกล่าว แล้วเราเองสามารถที่จะช่วยสิ่งนี้ได้ อินชาอัลลอฮฺสักวันหนึ่งคนใกล้ตัวเราจะปฏิบัติสิ่งนั้นให้กับเรา


ที่มา : http://moradokislam.org,  inspiradata.com, http://islamidia.com

แปลและเรียบเรียงโดย Beritamuslim
อ่านต่อ


**นโยบายการเผยแพร่ซ้ำ

บทความดังกล่าวนี้ เป็นผลงานแปล และเรียบเรียง โดย Beritamuslimmag.com ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ อนุญาตให้เผยแพร่บทความซ้ำ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อบทความ และ URL ลิงค์กลับสู่ต้นฉบับที่ปรากฏบนเว็บไซต์ www.beritamuslimmag.com ไม่อนุญาตให้ทำการดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำ และเรียบเรียงใหม่ หรือไม่ว่าจะกระทำการอันใดที่ผิดไปจากต้นฉบับ หากบุคคลใดหรือนิติบุคคลใดคัดลอก ทำซ้ำ แก้ไขเปลี่ยนแปลง ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ Beritamuslimmag สงวนสิทธิที่จะดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดขั้นสูงสุดตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับบัญญัติไว้โดยทันที