จงห่างไกลจากบาปที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.)ไม่ทรงอภัยโทษ

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

มันน่ากลัวมากหากบาปที่เราได้ทำลงไป เมื่อขอออภัยโทษจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) แล้ว แต่พระองค์ไม่อภัยโทษให้ ซึ่งบาปเหล่านั้นมาจากการกระทำของเราแบบไหนบ้าง วันนี้ Berita Muslim (เบอรีตามุสลิมนิตยสารมุสลิมออนไลน์) จึงขอเล่าสู่กัน เพื่อให้มุสลิมทุกคนได้ห่างไกลจากพฤติกรรมเหล่านี้นะคะ เพราะมันน่ากลัวมากๆจริงๆ

1. กินของของเด็กกำพร้า

เนื่องจากอิสลามได้ห้ามไม่ให้เอาของจากเด็กกำพร้า นั่นคือ การกินทรัพย์สินเด็กกำพร้า กล่าวคือ การเอาทรัพย์สินของเด็กกำพร้า โดยมิชอบธรรม ดังที่อัลกุรอานได้กล่าวไว้ในซูเราะฮฺ อัน-นิซาอฺ อายัตที่ 10 

ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้ที่กินทรัพย์ของเด็กกำพร้าด้วยความอธรรมนั้น แท้จริงเขากินไฟเข้าไปในท้องของพวกเขาต่างหาก และพวกเขาก็จะเข้าสู่เปลวไฟ”

และเพิ่มเติมจากอัลกุรอานในซูเราะฮฺ อัน-นิซาอฺ อายัตที่ 2

ความว่า “เปลี่ยนทรัพย์ที่เลวของเขาด้วยทรัพย์ที่ดีของเด็กกำพร้า "และจงให้แก่บรรดาเด็กกำพร้า ซึ่งทรัพย์สมบัติของพวกเขาและจงอย่าเปลี่ยนเอาของเลวด้วยของดี และจงอย่ากินทรัพย์ของพวกเขา ร่วมกับทรัพย์ของพวกเจ้า แท้จริงมันเป็นบาปอันยิ่งใหญ่”

ซึ่งเมื่อเราได้เอาของของเด็กพร้าไปแล้ว เราจำเป็นต้องขอโทษ เพื่อเป็นการยกเลิกบาปที่ได้เอาของจากเด็กกำพร้า เราจะต้องจ่ายของหรือทรัพย์สินเหล่านั้นคืนและขอโทษเด็กกำพร้าเสียก่อน 

หากเด็กกำพร้าได้ยกโทษให้ อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ก็จะอภัยโทษให้เช่นกัน เนื่องจากบาปกับเพื่อนมนุษย์ต้องได้รับการอภัยโทษจากเพื่อนมนุษย์เสียก่อน อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงจะยกโทษให้กับเรา

2. การนินทาว่าร้ายผู้อื่น

ตามอัลกุรอานในซูเราะฮฺ อัล-หุญุรอต อายัตที่ 12 

ความว่า “โอ้ศรัทธาชนทั้งหลาย! พวกเจ้าจงปลีกตัวให้พ้นจากส่วนใหญ่ของการสงสัย แท้จริงการสงสัยบางอย่างนั้นเป็นบาป และพวกเจ้าอย่าสอดแนม และบางคนในหมู่พวกเจ้าอย่านินทาซึ่งกันและกัน คนหนึ่งในหมู่พวกเจ้านั้นชอบที่จะกินเนื้อพี่น้องของเขาที่ตายไปแล้วกระนั้นหรือ? (แน่นอนว่า) พวกเจ้าย่อมเกลียดมัน และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ”

หากผู้ใดที่ได้ทำการนินทาว่าว่าร้ายต่อผู้อื่นแล้ว ให้เรารีบไปขอโทษคนๆนั้นเสียเถิด เมื่อคนๆนั้นได้ยกโทษให้เราแล้ว อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ก็จะยกโทษให้กับเราเช่นกัน

3. การใส่ร้ายผู้หญิงบริสุทธิ์ว่าซินา (ผิดประเวณี)

การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นว่าทำซินา (ผิดประเวณี) เป็นสิ่งต้องห้ามและเป็นบาปใหญ่  ซึ่งอัลลอฮฺ (ซ.บ.)ได้กำหนดให้ผู้ที่ใส่ร้ายมีโทษสถานหนักทั้งโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ เช่น

ตามที่อัลกุรอานได้ระบุไว้ในซูเราะฮฺ อัน-นูร อายัตที่ 4

ความว่า “และบรรดาผู้กล่าวโทษบรรดาหญิงบริสุทธิ์ แล้วพวกเขามิได้นำพยานสี่คนมา พวกเจ้าจงโบยพวกเขาแปดสิบที และพวกเจ้าอย่ารับการเป็นพยานของพวกเขาเป็นอันขาด ชนเหล่านั้นพวกเขาเป็นผู้ฝ่าฝืน”

        เพิ่มเติมจากอัลกุรอานที่ได้ระบุไว้ในซูเราะฮฺ อัน-นูร อายัตที่ 23

ความว่า “แท้จริงบรรดาผู้กล่าวโทษบรรดาหญิงบริสุทธิ์ หญิงไม่รู้เรื่องอะไร หญิงผู้ศรัทธา พวกเขาถูกสาปแช่งทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และสำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างมหันต์”

        ซึ่งหากได้กล่าวใส่ร้ายผู้อื่นเป็นซินา (ผิดประเวณี) ไปแล้ว ให้รีบไปขอโทษเจ้าตัว เพื่อให้เขายกโทษให้กับเรา เพราะลักษณะการเตาบะฮฺ (การสารภาพผิด) ของผู้ใส่ร้าย และเป็นการสารภาพผิดจะเกิดขึ้นโดยการขออภัยโทษจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) โดยรู้สึกโศกเศร้าเสียใจ  มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่กลับไปปฏิบัติอีก  และบอกกับตัวเองว่าสิ่งที่กล่าวหานั้นเป็นเรื่องเท็จ และเมื่อเราได้รับการยกโทษจากเจ้าตัวแล้ว อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ก็จะอภัยโทษให้กับเราเช่นกัน

4. ทำไสยศาสตร์ให้ผู้อื่น

คนที่เป็นนักไสยศาสตร์ หรือผู้ที่เรียนไสยศาสตร์จึงมีโทษตกจากศาสนาอิสลาม และต้องลงโทษด้วยการประหารชีวิตสถานเดียว เนื่องจากว่าพวกเขาเหล่านั้นได้ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียในแผ่นดินด้วยการกระทำร้ายรังเเก่ต่อบรรดาปวงบ่าวของอัลลอฮฺ (ซ.บ.)

ตามที่ฮาดิษของท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า 

" حَدُّ السَّاحِرِ ضَرْبَةٌ بِالسَّيْفِ "

 ความว่า  "โทษของนักไสยศาสตร์คือการประหารด้วยดาบ" (รายงานโดยติรมีซีย์  1460 )

อย่างไรก็ตาม บาปทั้งสี่ข้อที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ยังมีการกระทำอื่นๆ อีกมากมาย  ซึ่งขอย้ำเตือนให้พี่น้องมุสลิม จงห่างไกลจากบาปที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ไม่ทรงอภัยโทษโดยตรง เนื่องจากว่าบาปกับเพื่อนมนุษย์นั้นย่อมได้รับการอภัยโทษจากเพื่อนมนุษย์เสียก่อน อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงจะอภัยโทษให้แก่เรา

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งบาปที่น่ากลัวมากๆ และถือว่าเป็นบาปที่ใหญ่ที่สุดที่ทุกคนต้องห่างไกลที่สุดนั่นก็คือ  

5. ซีริกหรือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ  (ซ.บ.)

แน่นนอนว่า การซีริกหรือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) หรือศรัทธา (หรือเชื่อ) นอกเหนือจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) นั้นเป็นความชั่วที่ร้ายแรงที่สุดและเป็นบาปที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาบาปทั้งหลาย ดังที่ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.)ได้กล่าวว่า

«أَلَا أُنَبِّئُكُمْ بِأَكْبَرِ الْكَبَائِرِ (ثَلَاثًا) قَالُوا بَلَى يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ الْإِشْرَاكُ بِاللَّهِ» [البخاري ومسلم]

ความว่า “เอาไหมฉันจะบอกแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่เป็นบาปใหญ่ที่สุดในบรรดาบาปใหญ่ทั้งหลาย(สามครั้ง)?” เศาะหาบะฮฺตอบว่า “แน่นอน โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ” ท่านได้ตอบว่า “(นั่นคือ)การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ”  (รายงานโดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม) 

ซึ่งบาปในการซีริกหรือตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) เหล่านั้น ต้องได้รับการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) โดยตรงเท่านั้น

พี่น้องมุสลิมทั้งหลาย อย่าลืมห่างไกลจากบาปเหล่านี้นะคะ อินชาอัลลอฮฺ 


เรียบเรียงโดย Fateemoh : Beritamuslimmag.com

ขอขอบคุณภาพประกอบโดย www.suaramuhammadiyah.id/2016/08/13/ajeg-dalam-kebaikan/

อ่านต่อ