วิถีชาวประมง บ้านบาเละหิเล บางนรา (2)

วิถีชาวประมง บ้านบาเละหิเล บางนรา (2)

        เล่มที่แล้ว เราเกริ่นนำบันทึกด้วยปลายพู่กัน ของ รศ.นิคอเละ ระเด่นอาหมัด ที่เริ่มบันทึกความงดงามของวิถีประมงของบ้านบาเละหิเล บางนรา แบบอิมเพรสชั่นนิสม์(Impressionism) และจากนี้ คือถ้อยความจากแรงบันดาลใจของอาจารย์ที่บันทึกผ่านข่าวสารมุสลิมเล่มนี้  


          ผมมีประสบการณ์ลงเรือหาปลาเพียงครั้งเดียวเพราะความอยากสัมผัสบรรยากาศกลางทะเลลึกต้องทนกับอาการเมาคลื่นจนแทบเอาตัวไม่รอดเข็ดหลาบจนทุกวันนี้ แต่การออกเรือครั้งนั้นคุ้มค่ากับความทรงจำ เพราะได้บันทึกความทรงจำไว้หลายภาพ ภาพนี้เป็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่งที่สายตาเราสัมผัสกับแสงแดดที่กระทบผิวน้ำเกิดประกายระยิบระยิบดูราวกับประกายของเกล็ดเพชร ที่จริงมันไม่ได้มากมายอย่างที่เห็นหรอกหากแต่คงเพราะตาลายกับอาการเมาคลื่นมากกว่า ผลงานศิลปะบางชิ้นกว่าจะได้มามันลำบากไม่ใช่เล่น กวีชาวเลบาน คาลิล ยิบรานได้กล่าวเปรียบเทียบว่า "ผลงานศิลปะเหมือนเช่นเม็ดมุกที่สวยงาม น้อยคนที่จะรู้ว่าเบื้องหลังของมุกที่สวยพิสุทธ์นั้นคือความเจ็บปวดของหอย" เพราะเม็ดทรายมันเข้าไปในเปลือกเหลี่ยมคมของเม็ดทราบไปบาดเอาเนื้อหอยจนมันจนปล่อยเมือกมาเคลือบให้กลมมนในที่สุด เช่นเดียวกับงานศิลปะบางชิ้นย่อมเกิดจากความเจ็บปวดของศิลปินไม่แพ้กัน 



       ชาวประมงที่จังหวัดนราธิวาสออกจับปลาด้วยเรือเล็กที่เรียกว่า"เรือกอและ" เป็นเรือที่ใช้มาตั้งแต่ยุคโบราณ จดหมายเหตุชาวจีนได้บันทึกไว้ว่าเรือกอและมีใช้ตั้งแต่สมัยลังกาสุกะ และคงใช้จนถึงปัจจุบัน ประมงเรือเล็กเป็นอาชีพหลักของชุมชนที่นี่ ด้วยเหตุนี้จึงมีข้อจำกัดออกทะเลได้ไม่ไกลจากฝั่งนัก เครื่องมือจับปลาหลักๆคือใช้อวนลอยโดยใช้ทุ่นโฟมปักกับธงสีต่างๆเพื่อเป็นเครื่องหมายว่ามีเจ้าของ ปัจจุบันประมงชายฝั่งเริ่มมีผลการกระทบเพราะถูกประมงเรือใหญ่ใช้อวนลากจับปลาเล็กปลาน้อยจนส่งกระทบต่อระบบนิเวศ บางวันชาวประมงออกเรือจับปลาได้เพียงน้อยนิดไม่คุ้มกับค่าน้ำมัน ร้ายไปกว่านั้นบางวันเขาเอาปลากระป๋องไปด้วย เพื่อเป็นกับข้าวระหว่างลอยลำกลางทะเล

         พื้นที่หมดแล้ว ตามต่อบันทึกด้วยปลายพู่กันในเล่มหน้านะครับ





เรียบเรียงโดย Berita muslim

อ่านต่อ