ธุรกิจโลกนี้เพื่อผลประโยชน์โลกหน้า

เมื่อย่างก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจอย่างเต็มตัวและมี  Brand   ในกำมือ  วันนี้ ฟิรเดาซ์  ศรัทธายิ่ง วาดหวังกับธุรกิจ  รวมทั้งกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างชัดเจนเพื่อให้  The Beef  Master  เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

“ผมตัดสินใจทำธุรกิจเนื้อวัวคุณภาพดี ซึ่งเป้าหมายของผมคือ ทำอย่างไรให้ผมทำมาหากินแล้วมีผลประโยชน์ในโลกหน้า ทั้งยังทำให้ความรู้และผลบุญที่ผมมีเพิ่มขึ้น  ผมจึงทำธุรกิจพร้อมๆ กับการพูดเรื่องสัจธรรม เริ่มจากขายเนื้อสด โดยลูกค้ากลุ่มแรกจะเป็นร้านอาหารชั้นนำของประเทศ เป็นเนื้อที่ราคาจับต้องง่าย ทุกคนสามารถทานได้ โดยจะมี 2 โปรดักส์ไลน์ คือ เนื้อวัวที่อยู่ในเมืองไทย นำมาทำ Dry Aging หรือการบ่มซากเป็นเวลา 2 เดือน ทำให้เนื้อมีราคาแพงมาก เพราะจะใช้ได้เพียง 30% 

“อีกประเภทเป็นเนื้อราคาที่ถูกลง แต่ได้คุณภาพเนื้อที่ดีไม่แพ้กันคือ นำวัวเป็นๆทั้งตัวจากออสเตรเลียมาขุนเพิ่ม แล้วเปลี่ยนการกินอาหารให้เป็นธัญพืชไทย ใครได้ทานเนื้อที่นี่ จะติดใจ เพราะเป็นเนื้อคุณภาพ ไม่มีสารเร่ง และยังฮาลาล เพราะเราควบคุมเองทุกกระบวนการ สำหรับร้าน The Beef Master นั้น ความตั้งใจเดิมเลยคือ ต้องการแค่ให้คนมาลองทานก่อน แล้วค่อยไปสั่งเนื้อที่บริษัทอีกทีหนึ่ง แต่ปรากฏว่า ได้รับความนิยมเกินคาด ถ้าเป็นไปได้ในอนาคต อาจเปิดเป็นสเต๊กเฮ้าส์”

ความหวังของฟิรเดาซ์ อาจจะต่างจากนักธุรกิจคนอื่นๆ เพราะเขาเลือกใช้เงินส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตแบบพอประมาณและ เงินอีกส่วนส่วนที่เหลือ ตั้งใจจะนำใช้ในงานเผยแผ่ศาสนาและช่วยเหลือสังคม เพื่อเป็นผลบุญของตัวเอง เขามีฝันที่สร้างตึกใหญ่ๆ เป็นจุดศูนย์รวมความรู้แก่มุสลิมและต่างศาสนิกที่มีข้อสงสัยได้เข้าใจอิสลาม  รวมถึงเป็นศูนย์กลางที่คนจนสามารถมาร้องขอความช่วยเหลือ  ทั้งยังมีความฝันจะซื้อที่แปลงใหญ่ๆ เพื่อผลิตอาหารให้คนจน  

สิบห้าปีที่เตาบัรสู่เส้นทางของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เขายังเชื่อมั่นเสมอว่า ไม่ว่าใครจะมองอย่างไร สำหรับเขา การทำอะไรก็ตาม ต้องทำให้สุด และสุดท้ายของคนที่ทำดีย่อมต้องได้ดี   

“การเผยแพร่ศาสนาที่ดี ไม่ใช่แค่การพูด แต่ต้องทำให้ดู ผมเชื่อว่า ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว ส่วนที่บอกทำดีแล้วไม่ได้ดี ผมว่า ยังทำไม่สุด วันหนึ่งถ้าผมประสบความสำเร็จ ผมจะเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า การทำดี สุดท้ายต้องได้ดี” ฟิรเดาซ์ กล่าวทิ้งท้าย   



อ่านต่อ