สุดยอดนักอ่าน มูฮำหมัดชุกรี่ บัลบาห์ สื่อศรัทธาผ่านเส้นเสียง

การที่คนๆ หนึ่ง จะก้าวมาเป็นนักกอรีระดับแถวหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในประเทศที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิมด้วยแล้ว การเรียนรู้และฝึกฝนยิ่งต้องอาศัยทุกสิ่งอย่างมากเป็นเท่าทวี เริ่มจากการมีจิตใจแน่วแน่ที่จะเรียนรู้ ความอุตสาหะ ไม่ย่นย่อต่อการเสาะหาแหล่งความรู้  

มูฮำหมัดชุกรี่ บัลบาห์ ประธานสถาบันอัลกุรอ่านประเทศไทย นักกอรีระดับแถวหน้าของประเทศ และของอาเซียน ที่ผ่านประสบการณ์การแข่งขันระดับชาติมากว่าพันเวที เป็นอีกหนึ่งคนที่ทุ่มเทเวลาเกือบทั้งชีวิต เพื่อสิ่งนี้ สิ่งที่เขาเรียกว่า “กอรี”

“เป็นความฝันของเยาะห์ผม ท่านเป็นครูสอนอัลกุรอ่านที่มัสยิดซีรอ(หลอแหล) วันหนึ่งท่านได้เทปคาสเซ็ทที่เป็นเด็กมาเลเซียอ่านอัลกุรอ่าน และใฝ่ฝันอยากให้ลูกเป็นอย่างนั้น เลยพยายามให้ผมฟัง และอ่านตาม ตอนนั้นเพิ่งจะอายุ 5 ขวบ ด้วยความที่เป็นเด็กเหมือนกัน การสื่อความกันก็ง่าย เห็นเขาเก่ง เราก็อยากเก่งแบบเขา พยายามฝึกอ่าน พอเยาะห์เห็นว่า พอมีแววและชอบทางนี้ ท่านก็เริ่มเสาะหาว่า ที่ไหนมีสอนบ้าง ยุคก่อนๆ เมื่อ 30-35 ปีที่แล้ว การที่จะหาครูผู้สอนอ่านกุรอ่านเป็นเรื่องที่ยาก ผมได้เริ่มเรียนกับครูคนแรกก็ตอน 5 ขวบ การเรียนสมัยนั้น คนที่เรียนต้องใช้ความมุมานะมาก เพราะต้องใช้ความจำล้วนๆ เครื่องบันทึกเสียงก็ยังไม่มี แต่สิ่งที่ได้คือ ความรู้   ตั้งแต่ 5 ขวบที่ผมเริ่มเรียนจนถึงวันนี้ รวมๆ แล้ว ผมได้รับความรู้จากครูคนไทยและครูชาวต่างชาติ ว่า 40 ท่าน”  มูฮำหมัดชุกรี่ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นนักกอรี 

ด้วยพรสรรค์ที่ถูกเติมเต็มด้วยพรแสวง และการสั่งสมความรู้อย่างต่อเนื่องจากคณาจารย์จำนวนมากดังกล่าว ทำให้เส้นทางการเป็นนักกอรีของเขาประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ทั้งแชมป์กอรีงานเมาลิด 5 สมัย แชมป์ประเทศไทยรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมฯที่ปัตตานี แชมป์กอรีรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ ที่ อวท. 2 สมัย รวมถึงแชมป์อาเซียนที่บรูไนที่เขาประทับใจ 

“การแข่งที่บรูไนเป็นการทดสอบระหว่างอาเซียน ซึ่งกษัตริย์บรูไนเสด็จมาร่วมฟังด้วย มีคนร่วมชมเป็นหมื่นๆ คน เต็มสนามกีฬา ใครที่เข้าไม่ได้ต้องชมอยู่ด้านนอก พอเราอ่านจบ ก็จะมีคนอยากเข้ามาสัมผัส อยากเข้ามารู้จัก เข้ามาสล่าม สิ่งที่เราถืออยู่ก็จะขอไป ตลอดเวลาที่เราอยู่ที่นั่น จะได้รับการดูแลอย่างดี มีรถนำขบวน มีทหารคอยดูแล จนขึ้นเครื่องบินกลับ ที่ประทับใจ คือคนที่นั่นเขามีความรักและให้เกียรติอัลกุรอ่าน ซึ่งเป็นเหมือนๆ กันทุกประเทศ อย่างที่มาเลเซีย ถ้าเราไปถึง จะมีโรลส์-รอยซ์มารับ ต้องยอมรับว่า ประเทศเหล่านี้เขาพัฒนาไปเยอะ ถ้านักกอรีประเทศเขา เป็นแชมป์ รัฐบาลจะให้บ้าน 1 หลัง รถ 1 คัน เงินรางวัลล้านกว่าบาท มีเงินเดือน 20,000 บาทไปตลอดชีวิต ไม่รวมถึงรายได้จากโฆษณาต่างๆ  ทุกคนถึงอยากเป็นนักกอรี ในขณะที่ประเทศไทยเรา มีนักกอรีที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศมากมาย แต่การให้ความสำคัญหรือการพัฒนารุ่นหลังๆ ยังน้อย เราไม่มีมหาวิทยาลัยทางอัลกุรอ่าน หรือโรงเรียนโดยตรง ซึ่งหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ อีกไม่นาน จากหัวแถว เราอาจจะอยู่ท้ายๆ ของอาเซียนก็เป็นได้ เพราะเราพัฒนาไม่ทันเขา” นักกอรีชื่อดังกล่าว

สำหรับสถาบันอัลกุรอ่านประเทศไทย ซึ่งเขาเป็นประธานนั้น มูฮำหมัดชุกรี่บอกว่า เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นร่วมกับนักกอรีแชมป์ประเทศไทยหลายๆ ท่าน ที่ต้องการเผยแพร่วิชาความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่านแก่เยาวชน ซึ่งมีคอร์สต่างๆ ที่เหมาะสำหรับมูอัลลัฟที่ต้องการฝึกอ่านอัลกุรอ่าน เยาวชนที่ต้องการเริ่มเป็นนักอ่านอัลกุรอ่าน นักศึกษาที่มีพื้นฐานและต้องการพัฒนาทักษะการเป็นนักอ่านที่สูงขึ้น ผู้ใหญ่ที่ต้องการทบทวน รวมทั้งคอร์สภาษาอฺรับ ให้เลือกเรียน ทั้งเป็นคลาส และเป็นคอร์ส 

“คนที่จะเป็นนักกอรี ต้องผ่านการเรียนรู้หลายอย่าง เรียนรู้เรื่องอักขระ ตัจวิด ว่าอ่านอย่างไรให้ถูกต้อง มีฮุกุม มีหลักการอะไร ต้องเรียนรู้ทั้งหมด ต่อมาคือต้องเรียนรู้ในเรื่องการใช้เสียง ว่าจะใช้เสียงอย่างไรให้สวยงามและถูกต้อง ฝีกลมหายใจสั้น-ยาว การใช้ภาษาต้องชัดเจน สำเนียงถูกต้อง การอ่านทำนองทั้ง 7 รวมถึงการศึกษาความหมาย เพื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน  เวลาอ่านจะต้องอิงความหมาย และถ่ายทอดร่วมกับอารมณ์ ในศาสตร์ของทำนอง แต่ละทำนองก็จะมีทำนองที่เข้ากับเนื้อหาแบบนี้ ไม่ใช่ทำนองหนึ่งจะเข้าได้กับทุกเนื้อหา ซึ่งถ้าเราอ่านได้ไพเราะ อ่านได้ถูกต้อง เราจะชอบอ่านอัลกุรอ่านมาก อ่านแล้ว จะมีความสุข  เป้าหมายที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ประทานอัลกุรอ่านลงมา ก็เพื่อมาแทนการขับร้องเพลง ใครที่เครียด ใครที่ทุกข์ เขาถึงแนะนำให้อาบน้ำละหมาด และอ่านอัลกุรอ่าน แสดงว่า อัลกุรอ่านนั้น จะต้องเป็นศาสตร์ที่มีศิลปะ มีการอ่าน มีบทประพันธ์ที่เป็นกาลามุลลอฮฺ  และทำนองไพเราะมากกว่าสิ่งอื่น ทำให้จิตใจคนสงบและมีความสุข แต่ทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงศาสตร์นั้น เราอ่านแค่พอได้ แต่เรายังไม่ได้อ่านเพื่อความสุข อย่าลืมว่า ชีวิตนี้ เราทิ้งอัลกุรอ่านไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ว่าตอนนี้ หรือตอนป่วยใกล้ตายก็ต้องฟัง  แสดงว่า อัลกุรอ่านคือ ของแท้ที่เราต้องการจะฟัง อยู่ที่ว่า เราจะเลือกฟังเมื่อไร และเราจะฟังขนาดไหน คนที่ถ่ายทอดจะถ่ายทอดได้ไพเราะแค่ไหน เท่านั้นเอง” มูฮำหมัดชุกรี่ บัลบาห์กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับที่พลาดวิดิโอไลฟ์สดของนักกอรีคนนี้ สามารถกดไปที่ชื่อด้านล่างนี้ได้เลยครับ

  มูฮำหมัดชุกรี่ บัลบาห์


อ่านต่อ







**นโยบายการเผยแพร่ซ้ำ

บทความดังกล่าวนี้ เป็นผลงานแปล และเรียบเรียง โดย Beritamuslimmag.com ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ อนุญาตให้เผยแพร่บทความซ้ำ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อบทความ และ URL ลิงค์กลับสู่ต้นฉบับที่ปรากฏบนเว็บไซต์ www.beritamuslimmag.com ไม่อนุญาตให้ทำการดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำ และเรียบเรียงใหม่ หรือไม่ว่าจะกระทำการอันใดที่ผิดไปจากต้นฉบับ หากบุคคลใดหรือนิติบุคคลใดคัดลอก ทำซ้ำ แก้ไขเปลี่ยนแปลง ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ Beritamuslimmag สงวนสิทธิที่จะดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดขั้นสูงสุดตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับบัญญัติไว้โดยทันที