ยูซุป อาณัติ มะเล็ง พรานเบ็ดแห่งท้องทะเล

    หากเอ่ยชื่อ อาณัติ มะเล็ง อาจมีทั้งคนรู้จักและไม่รู้จัก แต่หากบอกว่า บังยูซุป จากร้านยูซุปโภชนา ราชาข้าวหมกไก่แล้ว ทุกคนคงร้องอ๋อ เพราะหลายคนก็เป็นลูกค้าขาประจำที่ติดใจในรสชาติของร้านอาหารร้านนี้มาตลอด  

    สิ่งหนึ่งเมื่อมาถึงร้านยูซุปโภชนาทั้งสองสาขา เรามักจะคุ้นชินกับภาพบังยูซุปเจ้าของร้านในอิริยาบถสบายๆ ถ่ายภาพคู่กับปลาตัวโตๆ แปะอยู่ตามเสาและผนังร้าน เป็นกิจกรรมสุดโปรดที่นำพาให้ทีมงาน BML มานั่งพูดคุยถามไถ่ที่มาที่ไปกันในวันนี้

    “ผมเริ่มตกปลามาตั้งแต่เด็ก เหมือนๆ พี่น้อง และเครือญาติส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ชายทุกคนจะโตพร้อมมากับการตกปลา สำหรับผมแล้วการตกปลาให้อะไรกว่าที่คิด ทั้งความอดทน สมาธิ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่มีปัญหาเรื่องสมาธิสั้น แนะนำให้ควรฝึกให้ตกปลา เพราะเป็นการฝึกสมาธิ ฝึกให้รู้จักการรอคอย ไม่ใช่อยากได้ปลามาทาน ไปตลาด เอาเงินซื้อมาแล้วจบ ขณะเดียวกัน การตกปลา ยังฝึกในเรื่องของกำลัง ทำให้เราต้องหมั่นดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และยังฝึกให้เรารู้จักเรียนรู้ที่จะต่อสู้แบบตัวต่อตัว ปลาหนึ่งตัวต่อคนหนึ่งคน ปลาทะเลบางตัวหนักร้อยกว่ากิโล เรี่ยวแรงมาหาศาล ต้องต่อสู้จนกว่าชนะ ถ้าสู้ไม่ได้ก็ต้องปล่อย ไม่มีการแท็กทีม ถ้าเราแท็กทีมเมื่อไร นั่นหมายถึง เราแพ้ ทุกวันนี้ คนจำนวนไม่น้อย ตัดสินใจขายไม้กอล์ฟทิ้งแล้ว หันมาตกปลากันเยอะ” บังยูซุปกล่าว

    จากความผูกพันกับกิจกรรมการตกปลามาตั้งแต่เด็กนี้ ทำให้เขาและกลุ่มก๊วนเครือญาติ พยายามแสวงหาแหล่งตกปลายอดนิยมต่างๆ  และนอกจากสถานที่ที่เป็นเดสติเนชั่นของนักตกปลาในมุมต่างๆ ของประเทศแล้ว ในประเทศอื่นๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักตกปลา นายพรานแห่งท้องทะเลผู้นี้ ก็ไม่เคยพลาดที่จะเหมาเรือลำโต เพื่อออกทริปไปตามสถานที่ต่างๆ เหล่านั้น เพื่อตามหาความท้าทายที่เขาเปรียบเสมือนโทรฟี่ หรือรางวัลของชีวิต นั่นคือ ปลาตัวโตแห่งท้องทะเล


  “เป็นธรรมดาของนักตกปลา ที่มักจะมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในกับตนเอง ทุกคนจะรู้กันดีว่า ปลาฝั่งอ่าวไทย จะตัวเล็กกว่าฝั่งอันดามัน  แต่เมื่อมาถึงอันดามันแล้ว ก็จะกลายเป็นว่าที่อินเดีย ปลาจะใหญ่กว่าฝั่งอันดามัน ก็เลยตัดสินใจที่จะไปหาโทรฟี่ให้กับชีวิต ปลาตัวใหญ่ เป็นความภูมิใจของนักตกปลา ผมไปทุกที่ไม่เฉพาะแต่ในเมืองไทย หรือถ้าต่างประเทศ เคยไปตกที่เมียนมา อินเดีย รวมถึงโอมาน ที่นั่น มีปลาตัวใหญ่ กิจกรรมตกปลายังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร แต่หากถามว่า ทริปไหนที่เคยไปแล้วประทับใจที่สุด คงจะเป็นทริปอินเดีย นั่งเรือประมาณ 36 ชั่วโมง จากระนองไปอินเดีย ทุกคนสนุกสนานกันมาก ได้ปลากันถ้วนหน้า ส่วนสถานที่ต่อไปที่อยากไปมากที่สุดตอนนี้ ก็คือ มัลดีฟส์” 

    ถามว่า หลังจากเสร็จภารกิจแต่ละทริป พรานเบ็ดแห่งท้องทะเลอย่างเขามีวิธีการจัดการกับผลงานที่แสนจะภาคภูมิใจเหล่านั้นอย่างไร คำตอบก็คือ เขาเลือกที่จะจัดสรรความสำเร็จดังกล่าว เป็นเมนูอันแสนโอชะให้กับลูกค้ายูซุปโภชนาทั้งสองร้าน โดยเฉพาะ เมนูข้าวหมกปลา ที่ลูกค้าหลายท่านอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า ปลาที่นำมาทำคือ ปลาทะเลหายาก ที่ไม่จำหน่ายตามตลาดทั่วไป  

    “คนบางคนที่มาตกปลา มองว่า เป็นเพียงเกมกีฬา ตกได้แล้วก็ปล่อยไป แต่พวกผมจะตกเสร็จ จะนำไปใช้ ไปเป็นอาหาร ช่วงที่ผมออกไปตกปลาบ่อยๆ เมนูร้านที่เป็นเมนูปลา เช่น ข้าวหมกปลา ก็จะมาจากปลาที่ผมตกได้ บางวันก็จะเป็นปลากะมง บางวันก็เป็นปลาด๊อกทูธทูน่า รวมถึงบางวันอาจจะเป็นปลาเก๋าถ่าน ที่มีเฉพาะในทะเลลึกกว่า 200 ม. อีกด้วย

    ก่อนจากฝากบอกบังยูซุปอีกครั้งว่า หลังเสร็จภารกิจรอบหน้า แล้วเกิดมีของฝากจากท้องทะเลลึก ที่เตรียมจะเป็นเมนูพิเศษให้ลูกค้าในร้าน อย่าลืมกระซิบบอกสักนิด จะรีบไปอุดหนุนเป็นคนแรก อยากลองเหมือนกันครับว่า  ปลาเก๋าถ่านฝีมือพรานเบ็ดมุสลิมท่านนี้ เมื่อมาเจอกับข้าวหมกเหลืองหอม และน้ำจิ้มสูตรเด็ดประจำร้าน จะดีงามตามท้องเรื่องขนาดไหน 

อ่านต่อ