บ่าววี ดาวติดดิน ยีนส์ นายก

 

                น่าจะเป็นครั้งแรกของชีวิตการทำหนังสือ ที่ผมใช้เวลาพูดคุยกับแหล่งข่าวกว่า 2 ชั่วโมงแล้วยังไม่รู้จักชื่อจริงๆ ของบุคคลที่พูดคุยด้วย คงมีเพียง บ่าววีเป็นคนแรก  คนเดียว และน่าจะเป็นคนสุดท้าย ที่ทำให้ผมละเลยเช่นนั้น ไม่ได้เพราะตื่นเต้นว่า ได้เจอซุปตาร์ตัวพ่อที่ครองความนิยมมากว่าหนึ่งทศวรรษ แต่สิ่งสะกดความสนใจให้ผมกับทีมงานให้ตั้งใจและเต็มใจฟังทุกคำพูดของแหล่งข่าวท่านนี้ โดยลืมดูเวลาบนข้อมือก็คือ ตัวตนและความเป็นบ่าววีที่สัมผัสได้



                อดีตเด็กน้อยจากเมืองตรังที่ใช้ชีวิตอย่างโลดโผน ติดเพื่อนตามประสาเด็กชนบท ปฏิเสธการเอนทรานซ์ ทั้งที่อยู่หน้าสถานที่สอบ เพียงเพราะปรารถนาจะเป็น เด็กรามแม้จะเก็บได้เพียงหนึ่งวิชาในปีแรกของชีวิตนักศึกษา แต่บ่าววี ก็ยังยืนยันว่า ชีวิตของการเป็นเด็กราม คือช่วงชีวิตที่มีความสุขสุดๆ


                จุดหักเหสำคัญเปลี่ยนชีวิตเขาก็คือ การสอบผ่านการคัดเลือกเป็นนักเรียนทหารในสังกัดทัพฟ้า ณ ที่แห่งนี้ได้ปลูกฝังทั้งวินัย ความรับผิดชอบ และพลิกผันชีวิตเขา ให้กลายเป็น พี่จ่า ต้นแบบของน้องๆ ชาวใต้ในรั้วรามคำแหง และเป็นรัฐศาสตร์บัณฑิต แม้จะต้องใช้เวลาถึง 19 ปีก็ตาม


                หลังจากใช้เวลาทุกค่ำคืนหลังเลิกงาน เป็นนักร้องตามผับ ทันทีเมื่อมีโอกาส เขาเริ่มไต่บันไดดาว พร้อมเงินสามร้อยบาทจากลพบุรี มุ่งสู่กรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมประกวดร้องเพลง และการที่มีชื่อผ่านคัดเลือกในวันแรก กลับกลายเป็นทุกข์ถนัดขึ้นมาทันที เมื่อเขาไม่มีชื่อในอีกวันถัดมา ทำให้ต้องหอบความผิดหวัง ระหกระเหินกลับลพบุรีด้วยเงิน 5 บาทสุดท้าย


                ด้วยความเป็นคนที่ออกแบบชีวิตให้สะกดคำว่า แพ้ไม่เป็น ท้ายที่สุด เขาก็ได้กลายเป็นศิลปิน จากผลงานการเขียนและขับร้องที่โดนใจค่ายเพลงชื่อดังอย่างอาร์สยาม เป็นบทเพลง ฝากฟ้า ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาให้กลาย เป็นนักร้องชายดาวรุ่งยอดนิยมในปีแรกของชีวิตศิลปิน


                   กว่าหนึ่งทศวรรษที่ชื่อบ่าววี ขึ้นแท่นศิลปินยอดนิยม  แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเขาไม่ได้คือ ตัวตน ที่ทุกคนจับต้องได้ และสิ่งที่ยังคงความเสมอต้นเสมอปลายที่ทำให้เขาอยู่ในใจแฟนคลับและสาธารณชนส่วนใหญ่มาตลอดก็คือ ความเป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดี และติดดิน ซึ่งบ่าววี นิยามตัวเขาสั้นๆ แต่เข้าใจง่ายว่า เขาเหมือน ยีนส์ คือ ไปได้ทุกที่ เข้าได้ทุกสถานการณ์



                จากความรัก สู่ความหลงใหล และกลายเป็นคนที่เข้าถึงยีนส์อย่างถ่องแท้ จึงเกิดประกายความคิดที่จะแบ่งปันสิ่งดีๆ ไปสู่กลุ่มแฟนคลับที่เขารักและรักเขา หนึ่งปีที่เขาทุ่มเทอย่างเต็มที่ ยีนส์คุณภาพที่ชื่อ บ่าววี ก็ปรากฏสู่สายตาแฟนคลับ พร้อมกระแสตอบรับที่ดีดังคาด


                   ธุรกิจที่ลงทุนแบบไม่คำนึงถึงต้นทุน เขาอนุญาตสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้นให้ปรากฏอยู่บนยีนส์บ่าววี พยายามมีส่วนร่วมทุกรายละเอียด เริ่มจากโลโก้ 1988 ปีที่เขาสนใจยีนส์อย่างจริงจัง การดีไซน์รูปทรง เลือกหาผ้าและวัตถุดิบจนกระทั่งถุงหิ้ว การตั้งราคา ซึ่งบ่าววียืนยันว่า สิ่งที่เขาทำคือ รัก - ชอบ จึงทำ เพื่อคนรักยีนส์คงความเป็นบ่าววี คือไปได้ทุกที่ ทั้งถิ่นทุรกันดาร ยันสยาม พารากอน หรือแม้แต่การได้เจอกับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา  ซึ่งท่านก็ได้เซ็นชื่อเป็นระลึก และเขาก็ได้มีโอกาสมอบยีนส์บ่าววีให้เป็นที่ระลึกด้วยเช่นกัน


                สิ่งที่ศิลปินวัยสี่สิบต้นๆ ยึดถือเป็นหลักทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิตก็คือ การรู้ หน้าที่ของตนเอง ซึ่งบ่าววี ทิ้งท้ายว่า เพียงแค่คนเรารู้หน้าที่ ก็รู้ที่จะต้องทำอะไร แค่นี้ปัญหาทุกอย่าง ก็จะไม่เป็นปัญหา

      

 

 

 

 

 

อ่านต่อ