NEW LIFE IN ISLAM

“มีเงินไม่ใช่ว่าชีวิตจะดีขึ้นนะ การมีเงินจะทำให้คนเหลวไหลไปเรื่อย จะทำให้คนคิดมักใหญ่ใฝ่สูง เสื้อไม่ว่าจะตัวละกี่บาทมันก็ปิดร่างกายเราเหมือนกัน  ไม่ว่าบุหรี่มวนละ 1 บาทหรือมวนละ 1,000 บาทก็เป็นมะเร็งตายเหมือนกัน  ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้านราคาถูกหรือราคาหลังละหลายล้าน  คุณก็หลับสบายเหมือนกัน

อับดุลฮามิต (ปุรินทร์ บราวดี้) หรือ อดีตดีเจ มิกกี้  (DJ. Micky) หนุ่มลูกครึ่งไทย-คูเวต-อเมริกา กล่าวภายหลังที่เขาเลือกอิสลามเป็นทางนำในการดำเนินชีวิต   หลังจากพ่อแม่แยกทางกันเมื่อเขาอายุได้ 8 ขวบ เขาเริ่มสูบบุหรี่เมื่ออายุ 10 ขวบ เริ่มดื่มเหล้าเมื่ออายุ 12 ขวบ  จากนั้นก็เริ่มติดยา ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ จนเพื่อนชวนเป็นดีเจและได้เป็นนักร้องฮิปฮอป

 “เมื่อก่อนผมเล่นยา  ดมK  เสพไอซ์ทุกวัน  สารพัดเยอะแยะครับ  ติดสถานพินิจ    ชีวิตของผมไปเรื่อยๆครับ เคยแม้กระทั่งด่าพ่อแม่ของตัวเอง ตอนเป็นดีเจชีวิตของผมมีทั้งชื่อเสียง เงินทอง ติดผู้หญิงครบหมด เที่ยว  กินเหล้า แต่ทำไมวันนี้  อะไรที่ทำให้ผมเปลี่ยนถึงขนาดนี้!!!!!

“ตอนนั้นผมไม่มีความสุขเลย ตอนที่ผมมีเงินนะ เล่นการพนัน   ติดหนี้บอล พอได้เงิน ก็เอาไปเที่ยว ช่วงเวลาที่ผมมีทุกอย่าง แต่ทำไมผมถึงไม่มีความสุข...ไม่มีเลย ย้อนกลับไปถามตัวเองว่า พรุ่งนี้จะทำอะไรดี  อยากจะข่มตานอน แต่ยาเสพติดมันทำให้หลับไม่ได้  กินเหล้าเมา พอตื่นขึ้นมาอีกวันเรื่องเครียดก็ไม่หาย”

“แต่อะไรที่ทำให้ผมมีความสุข !!!!! ก็ตั้งแต่ผมรับเข้าอิสลาม ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะเปลี่ยนได้ถึงขนาดนี้ จากคนที่เล่นการพนัน  ตอนนี้ผมไม่เล่น  จากคนที่สูบบุหรี่วันละ 2 ซอง วันนี้ไม่สูบบุหรี่แม้แต่มวนเดียว จากที่กินเหล้า  วันนี้เลิกหมด”

“อะไรที่ทำให้ผมเปลี่ยนถึงขนาดนี้  ก็เพราะเสียงอาซาน  ซึ่งคนที่ไม่ได้เป็นมุสลิมยังรู้สึกว่า  เสียงอาซานมีความไพเราะ  ทำไมฟังแล้วรู้สึกดี ผมก็เลยตัดสินใจว่าจะเข้าอิสลาม แต่จำได้ว่าอิสลามห้ามมีรอยสัก ผมก็เลยไปถามเพจๆ หนึ่งเขาบอกว่าได้  แต่มีบางคนบอกว่าไม่ได้”

“ มีคนเคยมาด่าผมว่า  คุณมาเผยแผ่ศาสนาได้ยังไง คุณทำแบบอย่างไม่ถูกต้อง ผมด่ากลับไปเลยว่า ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไร  แล้วเอาแต่แพร่ม คุณก็อยู่เฉยๆ เดี๋ยวผมทำเอง  วันต่อมาผมลงคลิปว่า 6 เดือนที่ผมเอาเข้ารับอิสลาม ผมไม่ได้โอ้อวด  แต่ผมจะทำให้คนรู้ว่ารอยสักเนี่ย คุณไม่ได้เป็นคนตัดสิน  แต่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ต่างหากที่เป็นผู้ตัดสิน ผมจะไม่แคร์คำพูดคน แต่ผมจะแคร์อัลลอฮฺ(ซ.บ.)”

 “ผมชอบใส่เสื้อแขนสั้นก็เพราะอยากให้รู้ว่า คนที่มีรอยสักสามารถจะเข้ารับอิสลามได้ เพื่อนผมบางคนที่มีรอยสัก  ไม่กล้าแม้กระทั่งเข้าไปละหมาด  แต่สำหรับผมคือ  ใครยิ่งมอง  ผมก็ยิ่งเปิดให้ดูเลย ดีที่ผมไม่ถอดเสื้อออก (หัวเราะ) ทำให้เห็นเลยว่า เราเป็นมุสลิม เราไม่ต้องไปแคร์เขาสิ เรากลัวว่าเขาจะมองเราไม่ดีหรอ!!!!! มันไม่ใช่  การขาดละหมาดมันไม่ดีมากกว่าอีก เราไม่ต้องไปสนใจ  ถ้าเราไม่ทิ้งอัลลอฮฺ (ซ.บ.)  อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ก็จะไม่ทิ้งเรา”

 “แม่ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะเปลี่ยนตัวเองได้ แม่พูดว่า MIC แม่ภูมิใจนะที่ลูกเปลี่ยนตัวเองได้ แม่บอกว่าสิ่งที่ประเสริฐที่สุด ไม่ได้ต้องการให้ลูกร่ำรวย มีรถหรูๆ หรือมีบ้านหลังใหญ่ๆ ไม่ต้องให้ลูกหอบเงินมาให้ แต่สิ่งแม่ต้องการมากที่สุดคือ เห็นลูกเป็นคนดี นี่คือสิ่งที่ประเสริฐมากที่สุด”

“ผมเป็นคนที่ไม่เคยมี กาลีมะฮฺ ซาฮาดะฮฺ (อัชฮะดุ อัลลา อิลาฮะ อิลลัล ลอฮฺ วะ อัชฮะดุ อันนะ มุหัมมะดัร เราะซูลุล ลอฮฺ ฉันขอปฏิญานว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ(ซ.บ.) และฉันขอปฏิญานว่า มุฮัมหมัดคือศาสนทูตของพระองค์ ซึ่งกาลีมะฮฺนี้ยิ่งใหญ่มาก  ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดบนโลกนี้ ผมหวังโลกหน้า ผมไม่ได้หวังโลกนี้   เพราะโลกหน้าถ้าคุณได้อยู่แล้ว คุณจะอยู่ตลอดชีวิต”

 

 

อ่านต่อ