เจ้าพ่อวงการ เสื้อผ้า มุสลิม

การเริ่มต้นที่จะทำอะไรสักอย่างมันไม่ง่าย  อาจต้องมีการลงทุนทั้งแรงเงิน แรงกาย และแรงใจ  หากจะหาหนทางที่เจ็บน้อยที่สุด ก็คงจะเป็นการเริ่มจากสิ่งที่เราชอบ  สิ่งที่เราสนใจ  สิ่งรอบตัวที่น่าจะต่อยอดได้  เช่นเดียวกับ  นัฐกร นิมากุล หรือคอลิด เจ้าของร้านวาริส  หนึ่งในร้านเสื้อผ้ามุสลิมรายใหญ่ของประเทศ

 “คนชอบเข้าใจผิดนึกว่าชื่อวาริส เรียกวาริส ๆ แต่ผมชื่อคอลิด ไมใช่วาริสนะ” เขาพูดพลางกลั้วหัวเราะ เมื่อรู้ว่าวาริสไม่ใช่ชื่อของใครในร้านเลยสักคน เป็นเพียงแค่ความชอบ  ทำให้นำไปสู่สนใจว่าความเป็นมาอื่น ๆ ของร้านนี้นั้นเป็นอย่างไร

ซึ่งจากการทำเพื่อเป็นอาชีพเสริมสู่อาชีพหลักที่เลี้ยงปากท้องของตัวเอง รวมถึงของใครอีกหลายคน ร้านวาริสไม่ได้ให้เพียงชุดแสนสวยสำหรับลูกค้า  แต่กับพี่น้องมุสลิมบางคนร้านวาริสยังเป็นฐานอาชีพให้พวกเขาด้วย

ก้าวแรกที่ก้าวเดิน

 “เราหาเสื้อผ้าเป็นลังมาขาย  เอาไปขายตามงานสุเหร่า  หาว่ามีงานที่ไหนบ้าง  ถ้าเป็นต่างจังหวัดเราก็จะเอาเสื้อผ้าไปขายพอตกเย็นก็กลับบ้าน  ทำอยู่แบบนี้มาซัก 2-3 ปี”   คอลิดค่อย ๆ เล่าออกมาเมื่อย้อนนึกถึงจุดแรกที่ทำให้มีวันนี้

2-3 ปีที่รับของจากคนอื่นมาขายเมื่อทำต่อได้ประมาณห้าปี เขาก็เริ่มมองอนาคตหาหนทางขยับขยายกับเงินทุนห้าหลัก กว่าจะออกมาเป็นชุดหนึ่งชุดได้นั้นทุกกระบวนการผ่านฝีมือและใจของเขาและภรรยาแทบทั้งสิ้น  “เราซื้อผ้ามาตัดกันเอง เย็บเอง แต่พอทำได้สักพักหนึ่ง  เราก็เริ่มมีการหาสินค้าใหม่ ๆ  สินค้านำเข้า  มีบินไปต่างประเทศ ทำให้มีทั้งสินค้าที่ผลิตเองและนำเข้า

อัลฮัมดุลิลละฮฺ  จังหวะชีวิตในตอนนั้นร้านเสื้อผ้ายังหาไม่ค่อยได้ในย่านนี้  ทุกอย่างช่วยผลักดันจนมันค่อย ๆ งอกเงยกลายเป็นร้านวาริสในที่สุด

แม้ตัวของคอลิดจะมีต้นทุนจากครอบครัวของภรรยาที่ทำเกี่ยวกับการตัดเย็บเสื้อผ้ามาก่อน  แต่ก็ใช่ว่าอะไรๆจะราบรื่นอย่างใครคิด 10 ปีที่ผ่านมาของร้านวาริสนั้นไม่ได้ง่ายดาย  ทุกความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นย่อมต้องถูกทดสอบจากอุปสรรคทั้งสิ้น  คอลิดเล่าว่า “พอเราเริ่มมาได้ซัก3-4 ปี  ตัวแทนที่ภาคใต้เจอวิกฤตการณ์น้ำท่วม  ทำให้สินค้าที่ส่งไปมันเกิดปัญหาคือเขาขายไม่ได้”

และจากการสั่งสมประสบการณ์ที่จบคณะไอทีก็ได้เอามาใช้ในโอกาสนี้  เขานำอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยทำให้อุปสรรคดังกล่าวจนคลี่คลายด้วยการทำเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กที่ตอนนี้กลายเป็นฐานตลาดส่วนใหญ่ของร้านวาริส  ถือว่าเป็นอีกการก้าวเดินที่สำคัญของร้านวาริสเลยก็ว่าได้

ความพยายามที่ต้องระวัง

เพราะทำธุรกิจเสื้อผ้าสิ่งที่เลี่ยงได้ยากคือ  การเผยโฉมต่อสาธารณะ  ซึ่งหลายคนนั้นเข้าใจ  แต่ก็มีอีกหลายคนที่ส่ายหน้า  แม้ในแรกเริ่มเขาจะใช้หุ่นแทนการใช้คนจริง  แต่คงต้องยอมรับว่าการพรีเซนต์เสื้อผ้าโดยใช้หุ่นคงไม่น่าสนใจเท่าไรนัก และด้วยความที่เขาเป็นอีกคนที่สนใจความรู้สึกและความสนใจของลูกค้า  ทำให้การนำเสนอเสื้อผ้านั้นมีเส้นกั้นบางๆ กับการนำเสนอรูปร่างของมุสลิมะห์ 

 “นี่ก็เป็นส่วนที่วาริสค่อนข้างระมัดระวัง พยายามเน้นไปที่เนื้อผ้ามากกว่าการเน้นใบหน้าหรือรูปร่างของแบบ เราก็พยายามจะเลี่ยงให้ได้” คอลิดบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง นี่คงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่ไม่วันจบเพื่อให้เขาและทีมงานได้พยายามกันต่อไป

เพราะทุกคนคือส่วนที่สำคัญ

การจะทำเสื้อผ้าขึ้นมาสักชุด  สิ่งที่ต้องใส่ใจไม่แพ้กับกระบวนการผลิตคือ  ความสนใจของลูกค้า  คอลิดเล่าว่าแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้านั้น  ส่วนหนึ่งมาจากความใกล้ชิดกับลูกค้า  ที่มีการส่งผลตอบรับกลับมาว่าอยากได้เสื้อแบบไหน  และเพราะแฟชั่นเป็นเรื่องรสนิยมส่วนตัวเขา  จึงต้องใส่ใจกับพี่น้องที่อยู่ทางภาคใต้ด้วยว่าแฟชั่นในพื้นที่เป็นเช่นไร  ทำให้ทางร้านได้รู้ความต้องการของทุกคนโดยตรง

นอกจากนี้ทีมงานของร้านวาริสยังคงให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์อีกด้วย  เพราะไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ต้องมีมัน  ซึ่งตัวคอลิดเองก็ยึดหลักนี้เอาไว้  เมื่อใดก็ตามที่ส่งสินค้าออกไปเขาต้องซื่อสัตย์กับตัวเองว่าได้ผลิตสิ่งที่มีคุณภาพ หรือถ้าเกิดว่ามีอะไรพลาดจะรีบเปลี่ยนให้ทันทีอย่างไม่อิดออดและนั่นคือการซื่อสัตย์กับลูกค้า

อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ  การจะยึดใจของเรากับใครเอาไว้ได้ต้องซื้อใจ  แต่การซื้อใจของคอลิดไม่ได้ใช้เงินตราแลกมันมา สิ่งที่เขาใช้คือความเข้าอกเข้าใจพี่น้องมุสลิมด้วยกัน  “เพื่อพี่น้องมุสลิมเราก็พยายามจะขายสินค้าที่ไม่แพงและมีคุณภาพ ให้เขาสามารภซื้อได้  ถ้าเขาอยากได้เสื้อผ้าก็จะต้องไม่เดือดร้อน”

จากทุกสิ่งเหล่านี้ทำให้คอลิดรวมถึงร้านวาริสสามารถซื้อใจลูกค้าเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น  เพราะมองเห็นพี่น้องมุสลิมหรือลูกค้าเป็นส่วนสำคัญ

อ่านต่อ