“ต้องการสร้างพหุวัฒนธรรมพลังสร้างชาติ”

ในบริบทการทำงานทางการเมืองและสังคมมุสลิม  คงไม่มีใครปฏิเสธว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือ “อาจารย์วันนอร์”  เป็นมุสลิมอีกท่านหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างสรรค์ประโยชน์และพัฒนาประเทศมาตลอด ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองหลายตำแหน่ง อาทิ ประธานสภาผู้แทนราษฎร,ประธานรัฐสภา,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 2 สมัย,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ “อาจารย์วันนอร์” ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบและคงศักยภาพ จนเป็นที่ยอมรับ  จากสังคมอย่างดียิ่ง  นักประชาธิปไตยท่านนี้ถูกยกย่องจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการเมืองและสื่อมวลชนว่าเป็น “สุภาพบุรุษนักการเมือง”  โดยมีอุดมการณ์อันแน่วแน่ว่า “ ความมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่คือ การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้คู่กับประเทศไทยและต้องการสร้างพหุวัฒนธรรมเป็นพลังของชาติ ”

ในสถานะของศรัทธาชน ก็ยังได้ดำรงตนและปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ “อาจารย์วันนอร์” ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากสังคมมุสลิม  ทั้งยังเป็นต้นแบบของความสำเร็จที่ครอบครัวมุสลิมปลูกฝังให้ลูกหลานนำไปเป็นเยี่ยงอย่างในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม รวมถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและการยึดมั่นในหลักการศาสนาจนเป็น “หนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวไทยมุสลิม”

ย้อนไปเมื่อ 11 พฤษภาคม 2487 ณ หมู่บ้านสะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาปิโล  ทารกคนหนึ่งได้กำเนิดขึ้นบนความปิติยินดีของบิดามารดาในฐานะบุตรคนโตของครอบครัวและถูกตั้งชื่อว่า “วันมูหะมัดนอร์  มะทา” หรือ รัศมีของศาสดา   จากการที่มีฐานะยากจนและมีพี่น้องรวมกัน 9 คน เด็กชายวันนอร์และน้องสาวจึงถูกส่งไปอยู่กับยาย  เริ่มเข้าศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนประชาบาลประจำหมู่บ้าน  มัธยมต้นที่โรงเรียนคณะราษฏรบำรุง มัธยมปลายที่โรงเรียนอิสลามวิทยาลัย  อุดมศึกษาที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้วยเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมและความเป็นผู้นำ ระหว่างที่เรียนในระดับต่างๆจึงมักถูกคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าชั้นและประธานนักเรียนมาโดยตลอด ช่วงที่เรียนระดับอุดมศึกษาเด็กหนุ่มจากยะลาคนนี้เลือกเรียนเอกสังคมศึกษา ซึ่งต้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการเข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะการออกค่ายอาสาพัฒนาในทั่วทุกภูมิภาค จึงทำให้รับรู้และมีความเข้าใจปัญหาพื้นฐานเป็นอย่างดี  ที่สำคัญคือได้รับการคัดเลือกเป็นประธานนิสิตคณะครุศาสตร์

หลังสำเร็จการศึกษาบัณฑิตหนุ่มเลือกเป็นอาจารย์สอนที่วิทยาลัยครูสงขลา ซึ่งเป็นอาชีพที่รัก หลังจากสอนได้เพียงสามปี ก็ลาไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่สถาบันเดิม แล้วกลับมาสอนอีกครั้งจนกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี ฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา  นอกจากจะเป็นนักกิจกรรมแล้ว  ยังมีความสนใจทางด้านการเมือง โดยมักจะถ่ายทอดแนวคิดและจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ทางด้านการเมือง โดยเชิญ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และนักการเมืองคนสำคัญมาบรรยายให้นักศึกษารับฟัง

ความสนใจการเมืองที่สะสมมาเป็นเวลานานก็เบ่งบานอย่างเต็มที่โดยมีแรงกระตุ้นและสนับสนุนจากม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช  เสาหลักแห่งประชาธิปไตยที่มีอุดมการณ์เดียวกันผลักดัน  จึงตัดสินใจลาออกจากราชการลงเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2522 และสามารถครองใจคนยะลาโดยได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง จากนั้นได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ยังมีความตั้งใจพัฒนาการศึกษาอิสลามให้เป็นสากลและเป็นที่ยอมรับในสังคมไทย

ด้วยเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ จึงมีบทบาททางการเมืองอย่างต่อเนื่อง การได้รับการเลือกตั้งครั้งที่สองเมื่อปี 2529และการจัดตั้งกลุ่มวะห์ดะห์(เอกภาพ)ที่มีอุดมการณ์ว่า บทบาทของกลุ่มจะต้องเป็นกลุ่มการเมืองที่สามารถแสดงบทบาทของตนทั้งในระดับท้องถิ่น  ระดับชาติและเวทีการเมืองระดับโลกเพื่อเป็นศูนย์ประสานผลประโยชน์สูงสุดสู่ประชาชนของประเทศ ทำให้มีจุดแข็งเพิ่มมากขึ้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าในการเลือกตั้งทุกครั้ง“อาจารย์วันนอร์”และสมาชิกกลุ่มนี้มักจะได้รับการไว้วางใจจากประชาชนเสมอมา

ในปี2535 “อาจารย์วันอร์”ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร์ คนที่ 1 ผลงานที่โดดเด่นคือการเยือนตะวันออกกลาง 15 ประเทศ ซึ่งได้นำนักการเมืองและบุคคลสำคัญมุสลิมไปเยือนประเทศเหล่านั้นจึงได้รู้จักมุสลิมไทยมากขึ้นและได้รับทุนการศึกษาเพิ่มขึ้น ปี2537เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการครั้งแรกเมื่อปี2538ที่กระทรวงคมนาคม โดยบริหารงานบรรลุตามเป้าหมายอย่างดียิ่ง

ปี 2539 หลังจากที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร “อาจารย์วันนอร์” ย้ำเจตนารมณ์ว่า “ผมจะทำหน้าที่ให้เป็นกลางที่สุดเพื่อรักษาเกียรติของรัฐสภา ไม่เป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จะทำงานเพื่อสภา”  และช่วงต้นปี 2544ได้หวนกลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครั้งที่สองซึ่งเป็นการการันตีและตอกย้ำได้เป็นอย่างดีถึงความรู้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน ต้นปี2547เป็นรองนายกรัฐมนตรีและปลายปีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ปี2548ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาราษฎรสมัยที่ 9และในปี 2557 ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ

ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเว้นวรรคทางการเมือง  แต่ อาจารย์วันนอร์ ยังคงพบปะประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ความเอื้ออาทรที่มีต่อประชาชนยังคงเป็นคุณสมบัติประจำตัวที่สัมผัสได้  ประชาชนที่ยากจนเมื่อต้องประสบกับปัญหาต่างๆ “อาจารย์วันนอร์” ก็คงยังเป็นที่พึ่งของพวกเขาอยู่  ดังนั้นไม่ว่าใคร มีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็จะไปหาที่บ้านหรือที่ทำงานซึ่งคนของประชาชนคนนี้ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ

สำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะมาถึงสมาชิกพรรคประชาชาติที่ประกอบด้วยพลเมืองของประเทศซึ่งมีความหลากหลายชาติพันธุ์และวัฒนธรรม ได้มีมติให้“สุภาพบุรุษนักการเมืองคนนี้”เป็นหัวหน้าพรรคและเป็นแกนนำฝ่าฟันเพื่อให้พรรคเป็นไปตามอุดมการณ์ทางการเมืองที่วางไว้“พรรคประชาชาติเคารพในความหลากหลายทางศาสนา วัฒนธรรมและชาติพันธุ์  จึงมารวมกันเป็นประชาชาติเดียวกัน  ร่วมสร้างสังคมสันติสุข นี่คือจุดเด่นของเรา” อ.วันนอร์กล่าวย้ำเจตนารมณ์อย่างเด่นชัด

อ่านต่อ