BEAUYAMEE ช่างแต่งหน้าที่มุสลิมะห์เรียกหา

แน่นอนว่าเรื่องความสวยความงามย่อมอยู่คู่กับผู้หญิงทุกยุคทุกสมัย เสื้อผ้า หน้า ฮิญาบ คือ สิ่งอันดับต้น ๆ ที่ต้องคอยตรวจสอบ หมุนหน้ากระจกครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้ออกมาดูดี ทว่าไม่ใช่การดูดีเพื่อคนอื่นแต่เป็นการดูดีเพื่อตัวเรา เพื่อคู่ชีวิต  ซึ่งต้องยอมรับว่าการแต่งหน้าคล้ายเครื่องประดับอย่างหนึ่งของผู้หญิงไปเสียแล้ว ทำให้ปัจจุบันอาชีพช่างแต่งหน้าเป็นอีกทางเลือกของมุสลิมะห์หลายคน รวมถึงเธอคนนี้ จุฑามาศ ปราชญากุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ บิว ยามี ที่เส้นทางอาชีพของเธอโรยด้วยสีสันของเครื่องสำอางยาวนานกว่า 3 ปี

Q: เริ่มต้นอาชีพนี้ได้อย่างไร

มีคนเคยถามหลายคนมากว่าเพราะชอบแต่งหน้าเลยมาเป็นช่างหรือเปล่า ความจริงแล้วคือไม่ใช่เลย เราเริ่มจากการแต่งหน้าตัวเองก่อน ตามด้วยเพื่อนที่เห็นว่าเราแต่งเป็น ตอนนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะแต่งสวยอะไรนักแค่พอแต่งได้ ก็เริ่มมีเพื่อนมาขอให้ช่วยแต่งให้ เห็นผลงานแล้วก็ชอบก็เลยกลายเป็นการว่าจ้าง นั่นจึงเป็นที่ทำให้รับงานมาถึงทุกวันนี้

Q: อะไรที่คิดว่าทำให้เราแตกต่างจากช่างแต่งหน้าคนอื่น

สไตล์การแต่งหน้าที่ดูธรรมชาติ เพราะส่วนใหญ่มักบอกว่าชอบที่เราแต่งให้ดูธรรมชาติดี ไม่เยอะจนเกินไป อาจจะด้วยลูกค้าของเราชอบแบบนี้ด้วย อีกอย่างคือเราไม่วีน ไม่เหวี่ยงลูกค้า และคอยถามลูกค้าเสมอว่าชอบแบบไหน อยากได้แบบไหน พร้อมช่วยดูแลทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งการแต่งกาย

Q: ให้ความรู้กันสักนิดว่าการแต่งหน้าแต่ละแบบนั้นแตกต่างกันอย่างไร

การแต่งหน้าเจ้าสาว รับปริญญา หรือออกงานทั่วไปนั้นรายละเอียดแต่ละอย่างจะต่างกัน เช่น ถ้าเป็นแต่งหน้าเจ้าสาว รายละเอียดค่อนข้างเยอะเพราะว่าการแต่งหน้าแต่งตาจะต้องเห็นชัด หรือถ้าเป็นการออกงาน ก็จะแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน บางคนชอบใส ๆ การแต่งหน้าก็จะไม่เยอะมาก ส่วนถ้าเป็นรับปริญญาแน่นอนว่าต้องเน้นความอยู่ทนของเครื่องสำอางเพราะต้องตากแดด ตากลมนาน มันก็จะมีความแตกต่างกันอยู่

Q: ทำอาชีพนี้มาสักพักแล้วพบเจอปัญหาอะไรบ้างไหม

เจอเยอะเหมือนกัน ถ้าเป็นในส่วนของลูกค้าเองจะเป็นเรื่องของเวลาเพราะอย่างที่เคยเจอมาจะเป็นที่เราไปถึงแล้วแต่กลับติดต่อลูกค้าไม่ได้ ซึ่งบางครั้งเรามีงานต่อจากตรงนั้นก็จะเสียเวลาไป บางคนช้าไปครึ่งชั่วโมงดูเหมือนไม่เยอะแต่ส่งผลต่อเราเหมือนกัน ทำให้เราไปที่อื่นไม่ทัน ส่วนเรื่องโดนเบี้ยวนั้นยังไม่เคยนะ

Q: ว่าแต่ความยากของอาชีพนี้คืออะไร

ความยากของการเป็นช่างแต่งหน้าคือการที่เราต้องสามารสร้างสรรค์ลุคต่าง ๆ ให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ อีกอย่างคือตอนนี้ในวงการก็มีคนใหม่เยอะมาก เราต้องคอยพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแข่งกับใครนะ เพียงแค่อยากทำให้มันออกมาดี ให้ลูกค้าชอบ

Q: ตามหลักการศาสนานั้นไม่อนุญาตให้กำจัดขนบนใบหน้า แล้วเรื่องทรงคิวให้สวยเป๊ะดั่งใจมีวิธีอย่างไร

รูปคิ้วแต่ละคนก็จะต่างกัน บางคนคิ้วหนา บางคนคิ้วบาง วิธีของเราคือจะเขียนตามรูปคิ้ว สร้างโครงตามรูปคิ้วเดิมของลูกค้า แล้วค่อยใช้วิธีนำคอนซีลเลอร์ (Concealer) มาเก็บตามรูปคิ้วก็จะช่วยให้เป็นรูปทรงมากขึ้นโดยไม่ต้องกันคิ้ว

Q: เส้นทางในอนาคตกับอาชีพช่างแต่งหน้า

อย่างแรกเลยคืออยากพัฒนาตัวให้ดีขึ้นและอยากไปเรียนเพิ่มเติมในสาขาอื่น ๆ เช่น การทำผม หรือวิธีการคลุมฮิญาบที่มากกว่าการที่เราทำเป็น เพราะหลายอย่างมันมีกิมมิค (Gimmick) ที่เราต้องเรียนรู้อีกเยอะ

Q: อยากเป็นช่างแต่งหน้าบ้าง แต่กำลังซื้อมีไม่มากพอ

ใช้ของพวกตามร้าน Drug Store ไปก่อน เช่น ร้านวัตสัน (Watson) ราคาแต่ละอย่างจะไม่แพงมาก ให้เริ่มใช้แบบนั้นไปก่อน แล้วพอเริ่มมีงานเยอะขึ้นหรือมีกำลังทรัพย์ที่จะซื้อก็ค่อยเปลี่ยนเป็นแบรนด์อื่น ๆ ลูกค้าส่วนหนึ่งเขาดูนะว่าเราใช้อะไรมาแต่งหน้าให้เขา ซึ่งมันก็มีผลเหมือนกัน แต่ต้องไม่ใช่ของตามตลาดเพราะถ้าเรานำไปใช้แล้วลูกค้าแพ้หรือเป็นอะไรขึ้นมา เราก็จะเสียเอง

Q: คำแนะนำจากช่างแต่งหน้ามืออาชีพสู่มือใหม่หัดแต่ง

อยากให้เริ่มฝึกฝนบ่อย ๆ การแต่งหน้าถ้าเรารู้ทฤษฎีอย่างเดียวแต่ไม่เคยลองแต่งจริง ยังไงก็จะไม่มีทางแต่งเป็น เริ่มจากการลองแต่งให้คนในครอบครัวก่อนก็ได้ อย่างเราทุกวันนี้ก็ยังยืมหน้าชาวบ้านมาลองอยู่เสมอ เพราะมันต้องฝึกเรื่อย ๆ ส่วนเครื่องสำอางที่ควรลงทุนที่สุดสำหรับเราคือการเลือกรองพื้น การเลือกรองพื้นที่เหมาะกับสีผิวและสภาพผิวหน้าของเรา และถ้าใครที่อยากทำอาชีพนี้ก็ต้องฝึกบ่อย ๆ เช่นกัน รวมถึงการสร้างผลงาน สร้างโปรไฟล์ของเราให้ออกมาเรื่อย ๆ แล้วเมื่อมีคนเห็นผลงานของเรา เขาก็จะเข้ามา นั่นคือการสร้างโปรไฟล์

Q: ลดราคาได้ไหม เพื่อนกันฟรีได้หรือเปล่า

ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ อันที่จริงชอบมีคนเข้ามาทักถามราคาแล้วก็หายไป เราก็ไม่รู้ว่าตกลงว่าเขาคอนเฟิร์มไหม ถ้าอยากให้ลดหรืออะไรก็บอกกันก่อน คุยกันได้นะ เป็นเพื่อนกันฟรีได้ไหม? (หัวเราะ) ฟรีได้ แต่ต้องใช้เครื่อสำอางของเพื่อนนะ เพราะเครื่องสำอางที่เรามีเราก็ต้องใช้ทำมาหากิน

อ่านต่อ