ซัลมานฟารีซี หลังปูเต๊ะ คลื่นลูกใหม่วงการกอรี

มุสลิมทุกคนนั้นแน่นอนว่าต้องรู้ถึงความสำคัญของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน นอกจากการอ่านที่ถูกต้องและรู้ซึ้งถึงความหมายแล้ว การอ่านอัลกุรอานยังมีการเพิ่มท่วงทำนองให้ไพเราะเข้าไปด้วย แต่จะต้องเป็นไปตามธรรมชาติและไม่บิดเบือนการออกอักขระที่ถูกต้อง เพราะแม้ว่าจะฟังรื่นหูเช่นไร แต่การทำให้ความหมายเปลี่ยนไปก็เป็นสิ่งต้องห้ามเช่นกัน

ซึ่งการอ่านอัลกุรอานด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะนั้นเรียกว่ากอรี  และปัจจุบันก็มีหลายคนที่เข้ามาเป็นนักอ่านกอรีทั้งชายและหญิง หนึ่งในนั้นคือซัลมานฟารีซี หลังปูเต๊ะ มุสลิมรุ่นใหม่ที่คว้าแชมป์นักกอรีรุ่นเล็ก ณ ประเทศตุรกี และจากการประกวดกอรีมานับครั้งไม่ถ้วน

ก้าวเริ่มแรก

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักกอรีนั้นซัลมานเล่าว่า มีโอกาสได้นั่งฟังและเห็นคนอื่นอ่านกอรี มีความรู้สึกว่าอยากอ่านเช่นนั้นบ้างจึงเข้าไปบอกกับครูว่าอยากจะอ่านได้ รบกวนสอนให้เขา ซึ่งในขณะนั้นซัลมานมีอายุเพียง 6 ปีเท่านั้น เรียกได้ว่ายังเด็กมากแต่กลับค้นหาความสนใจของตนเองได้เจออย่างรวดเร็ว

ก้าวแรกที่รวดเร็ว           

แม้ช่วงวัยที่ยังเยาว์หากต้องเอาเวลาเล่นไปฝึกเรียนอ่านกอรีอย่างจริงจัง ด.ช.ซัลมานในวัย 6 ปีนั้นกลับไม่ได้รู้สึกว่านั่นคือปัญหา อาจมีบ้างเล็กน้อยที่เกิดความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เที่ยวเล่นกับเพื่อน เพราะมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเองและยังต้องเตรียมตัวซ้อมตรียมตัวไปงานต่างๆ

ถึงอย่างนั้นแม้จะต้องพลาดการไปสนุกสนานกับเพื่อนแต่เมื่อคำนึงและคำนวณถึงผลลัพธ์ที่ได้รับจากความตั้งใจ อย่างไรสิ่งนี้ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า “อัลฮัมดุลิลละฮฺ ที่ผ่านมาได้” ซัลมานเอ่ย

ก้าวกระโดด

กว่าจะมั่นใจจนเดินสายประกวดกอรีได้นั้นการฝึกซ้อมเป็นเรื่องสำคัญ ซัลมานเล่าว่าเขามีครูผู้สอนเยอะมาก แต่หากให้นับหลักๆ ที่สำคัญกับชีวิตนักอ่านกอรีของเขาเลยคือ ครูมุฮัรรอมร่มโพธิ์และครูชุกรี บัลบา ซึ่งซัลมานบอกต่ออีกว่าเขาใช้เวลาเรียนการอ่านกอรีแต่ละทำนองอยู่หลายปี กว่าจะมาเป็นอย่างทุกวันนี้ได้

“หนักมาก ยิ่งช่วงแรกนั้นยาก ตอนนี้ก็ยังเรียนยังฝึก แต่ก็ยังยากอยู่”

ซัลมานเล่าว่าเมื่อเรียนรู้แล้วครูก็เป็นคนส่งเขาไปทดสอบด้วยอยากให้เขาได้ประสบการณ์ ตอนแรกคิดเพียงแค่จะเรียนไว้เท่านั้นแต่ครูก็พาไปทดสอบเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรียกได้ว่าผ่านมาหลายเวทีจนจำไม่ได้ว่าเวทีไหนเป็นเวทีไหน

ก้าวเพื่อเรียนรู้

นอกเหนือจากการฝึกอ่านท่วงทำนองตามแต่ละประเภทของกอรีแล้ว ยังมีการเล่นกีฬาต่างๆ เพราะจะช่วยเรื่องเสียงและลมหายใจ หากช่วงไหนที่ไม่ได้ออกกำลังจะรู้สึกเลยว่า เสียงอ่อนล้า ไม่ค่อยแข็งแรง ส่วนการฝึกซ้อมถ้ามีงานจะต้องไปแข่งขันหรือทดสอบ เขาจะซ้อมซ้ำๆ ย้ำๆ หลายรอบ และมีการจัดโปรแกรมของตัวเองคล้ายกับเมนูพิเศษด้วย เช่น สำหรับงานนี้จะต้องทำอะไรบ้าง เน้นอะไรบ้าง

ซึ่งที่ต้องซ้อมหลายรอบเป็นเพราะกอรีนั้นแบ่งเป็น 7 ทำนองคือ บะยาตี ซอบา ฮิญาซ นะห์วันด์ รอซต์ ซีกาห์ และญิฮารอกะห์ ส่วนตัวซัลมานเองในแต่ละรอบที่ประกวดนั้นเฉลี่ยหนึ่งซูเราะห์มี 4 ทำนอง แต่บางงานมีเกณฑ์กำหนด บังคับ 4 ทำนอง หรือ 2 ทำนอง จะไม่มีการอ่านทำนองเดียว และไม่สามารถปรับแต่งได้เพราะเป็นทำนองที่มีมาตั้งแต่สมัยนบีมูฮัมมัดแล้วนั่นเอง

ก้าวไปด้วยดี

สำหรับซัลมานแล้วความฝันสูงสุดในวงการกอรีนั่นคืออยากเก่งได้อย่างคุณครู “หรือจะเก่งกว่าได้ก็ดี” เขาเอ่ยพร้อมหัวเราะก่อนจะบอกต่อว่า นอกจากนี้ยังอยากเป็นครูที่ดีให้ได้แบบครูด้วยเช่นกัน

และหากถามว่าสิ่งสำคัญของการจะมีก้าวแรกเป็นของตัวเองนั้นคืออะไร

“การสนับสนุนเด็กให้อ่านกุรอาน เพราะชีวิตเราต้องใช้และละหมาดก็อ่านให้ถูก บางทีเด็กสมัยนี้ฟาติหะฮ์ก็ยังอ่านไม่ถูก ละหมาดทุกวัน ถ้าอ่านไม่ถูกมันก็ไม่ได้” เขาจึงอยากให้สนใจเรื่องกุรอานเพราะท่านนบีมูฮัมมัดบอกเอาไว้ว่า คนที่ดีที่สุดคือคนที่เรียนและสอนอัลกุรอาน

อีกเรื่องคือการรู้คุณคนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของเขาคนนี้ ซัลมานฝากทิ้งท้ายไว้ว่า อยากให้ทุกคนเชื่อฟังพ่อแม่และครูบาอาจารย์ อะไรที่เขาบอกย่อมเป็นเรื่องดี แล้วทุกอย่างจะดีเอง เขาเชื่อเช่นนั้น

“เชื่อฟังครู เชื่อฟังพ่อแม่ อย่างไรอัลลอฮฺก็รัก และอัลลอฮฺจะกำหนดเส้นทางที่ดีไว้ให้เราเอง อินชาอัลลอฮฺ”

อ่านต่อ