สองนักธุรกิจมุสลิมะห์รุ่นใหม่

                บางคนอาจมองว่าการเป็นมุสลิมะห์นั้นมีข้อจำกัดที่ยากต่อการทำธุรกิจแต่ อัสมาร่า อามินเซ็น  และ อลาเวียร์ ศาสนูปถัมภ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการเป็นมุสลิมะห์ไม่ใช่อุปสรรคของการลงมือทำธุรกิจ

สองมุสลิมะห์กับธุรกิจในปัจจุบัน

                อัสมาร่าเล่าว่า ตอนนี้เป็นเจ้าของแบรนด์คอสเมติกและสกินแคร์อย่าง Skinroot  ที่ทำมา 7 ปี ส่วนอีกหนึ่งสาวอลาเวียร์เธอก็มาทางความสวยงามเช่นกัน  โดยนำเข้าอาบาย่าดูไบและเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าLavia Abaya ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับมุสลิมะห์

อัสมาร่ากับSkinroot

                 Skinroot เกิดขึ้นจากการที่เจ้าตัวเป็นคนชอบดูแลผิวพรรณ จึงศึกษาและเริ่มทำโดยการจ้างผลิตและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ในกลุ่มของลูกค้าที่มีปัญหาเรื่องสิว ฝ้า หรือการดูแลผิวขั้นพื้นฐาน

                “ตนเองไม่เคยเปลี่ยนหรือเพิ่มผลิตภัณฑ์เลย สมมติว่าเป็นโฟมล้างหน้าก็จะเป็นโฟมล้างหน้าตัวเดียว ไม่มีหลายสูตร ผลิตภัณฑ์จะเป็นตัวที่สามารถควบคุมปัญหาจุดนั้นได้ ไม่ต้องสั่ง ไม่ต้องซื้อหลายตัว และนี่คือเสน่ห์ของเรา”

อลาเวียร์กับธุรกิจเสื้อผ้า

                อลาเวียร์นั้นเริ่มต้นจากทำเสื้อผ้าแบรนด์ Cover girl โดยเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ทำเสื้อผ้ามุสลิมและทำให้คนทั่วไปได้รู้จักการคลุมฮิญาบหลากสไตล์  และเธอเองก็ยังเป็นคนที่ชอบเที่ยวต่างประเทศไปพร้อมกับการแต่งกายอย่างถูกต้องจึงหันมาจับทางเสื้อผ้าที่เป็นอาบาย่า โดยการแยกไลน์จาก Cover girl มาเป็น Lavia Abaya Dubai

                ส่วนเสน่ห์ของ Lavia Abaya Dubai  คือนำเทรนด์ นำแฟชั่น เน้นเรื่องการใส่สบาย ถูกต้องตามหลักการ และที่สำคัญคือคุณภาพของเนื้อผ้า รวมถึงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวอาบาย่า

ปัญหา อุปสรรคและบททดสอบ

                อัสมาร่าบอกว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญคือ ปัญหาหลายด้านรวมกันทั้งเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่พัฒนาไปไม่รู้จบ ไม่ว่าจะการขายผ่านเพจ การทำโฆษณา ซึ่งปัจจุบันการตลาดเป็นเรื่องของออนไลน์ แต่ถึงจะเป็นอุปสรรคก็ต้องตามโลกให้ทัน 

                ส่วนอลาเวียร์ก็พบเสียงตอบรับที่เป็นเชิงว่ามุสลิมะห์กับแฟชั่นนั้นไม่สมควร ถูกคนติติงว่าเธอทำให้การแต่งกายมุสลิมเป็นแฟชั่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนเริ่มเข้าใจงานเธอเองมากขึ้น ก็กลายเป็นผลดีที่ทำให้คนหันมาสนใจ

การทำธุรกิจกับความเป็นมุสลิมะห์

                อัสมาร่าบอกว่า แม้จะเป็นมุสลิมะห์นั้นก็ไม่ยากและไม่ใช่อุปสรรค เพราะจะโชว์คอนเซปต์ว่าเป็น Brand of Muslim และตัวเธอเองเริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นมุสลิมะห์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพรีเซนต์ ในเรื่องของการแต่งกาย ซึ่งเธอไม่เคยมองเลยว่าการเป็นมุสลิมะห์จะขัดกับการทำธุรกิจ

                อลาเวียร์ คิดว่าการเป็นมุสลิมะห์นั้นถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดีสำหรับการทำธุรกิจ เพราะมุสลิมะห์จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดูได้จากการแต่งกาย ซึ่งคนจะรู้ว่าเราเป็นมุสลิมจากการคลุมฮิญาบ สามารถบอกให้โลกภายนอกรู้จักศักยภาพของมุสลิมะห์ที่มีความสามารถ

ฝากแนวคิดหากต้องการมีธุรกิจ

                อลาเวียร์ได้ฝากถึงมุสลิมะห์ที่ต้องการอยากจะทำธุรกิจเอาไว้ว่า “ถ้าอยากเริ่มทำธุรกิจ หนึ่งเลยต้อง มีความตั้งใจและต้องชอบ คือถ้าเราชอบ มันก็จะง่ายกว่า แล้วก็อดทน  ทำให้สุดๆไปเลย”

                เช่นเดียวกับอัสมาร่าได้บอกทิ้งทายไว้ว่า “ปัญหา อุปสรรค อาจเกิดขึ้นหรือรอเราอยู่  แต่มันก็เป็นใบเบิกทางชั้นดีที่จะพาเราลุยต่อไป แล้วดูว่าสิ่งที่เราจะทำนั้นสามารถตอบโจทย์ตัวเรา ลูกค้า ได้หรือไม่”

อ่านต่อ