ชีวิตแบบนานา

            ญาสมิน นานา เด็กสาวอายุ 16 ปี หนึ่งในทายาทตระกูลนานา  สำหรับเธอนั้นโรงแรมเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองและมีความฝันในการตามรอยเท้าคุณพ่อ จึงทำให้ทุกย่างก้าวของเธอเป็นไปด้วยความพยายาม ความตั้งใจ และทุกสิ่งทุกอย่างของเธอนั้นก็ได้มอบหมายโดยตรงต่อพระผู้เป็นเจ้า

Q: เรื่องของญาสมิน

            เมื่อญาสมินจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เธอมีปัญหาด้านปัญหาสุขภาพ  ทำให้ตัดสินใจสอบเทียบวุฒิ GED (General Educational Development) ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นอาจแสดงให้เห็นอะไรบางอย่างในตัวของเธอ และอะไรบางอย่างที่ว่าอาจเป็นความมุ่งมั่นแรงกล้าของเธอ และเพราะว่าโรงแรมเป็นบ้านหลังที่สอง อีกทั้งเป็นจุดเริ่มต้นต่อยอดกิจการของครอบครัว จึงตัดสินใจเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยดุสิตธานี สาขาการจัดการการโรงแรม ภาคภาษาอังกฤษ

            “เขาก็สอนตั้งแต่แม่บ้านซึ่งมันดี เพราะจะได้เข้าใจความรู้สึกของพนักงานทุกคนที่ทำงานกับเรา เหมือนเราจะได้สอนงานอะไรได้ด้วย”

Q: หลังจากเรียนจบแล้วมองเป้าหมายในอนาคตไว้อย่างไร

            แม้จะเพิ่งเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาแต่ญาสมินก็มองอนาคตของตัวเองไว้อย่างกว้างไกล ซึ่งเธอบอกว่านอกจากต้องการจะเรียนต่อปริญญาโทแล้วความฝันที่แท้จริงของญาสมินคือต่อยอดโรงแรม อยากให้มีโรงแรมสำหรับมุสลิมในประเทศไทยมากขึ้น ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการโรงแรมและการที่มีโรงแรมสำหรับมุสลิมมากขึ้นถือเป็นการเผยแพร่ศาสนามากยิ่งขึ้นเช่นกัน รวมถึงการขยายสาขาของโรงแรมนูโวซิตี้ให้มีสาขาเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Q: มุมมองต่อผู้อื่นเมื่อตนเองอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะ ลูกหลานนามสกุลดัง

            กับบางคนเมื่อเกิดมาในตระกูลที่มีชื่อเสียงและร่ำรวยการวางตัวมักจะไปในอีกระดับ แต่สำหรับญาสมินนั้นกลับไม่ได้มองว่าตัวเองรวยกว่าหรือฐานะสูงกว่าใคร และการที่ฐานะดีกว่าไม่ได้เป็นสิ่งที่กำหนดว่าชีวิตเราจะดีกว่าหรือจิตใจจะดีกว่า พ่อของเธอสอนเสมอว่าต้องมองคนให้เท่าเทียมกันและถ่อมตนอยู่เสมอ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานั้นเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺกำหนดมา          

            และจากในหะดิษบอกเอาไว้ว่า “เพียงท่านตื่นมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีครอบครัว มีคนรักอยู่กับท่าน มีอาหารรับประทาน ท่านก็คือคนที่ร่ำรวยที่สุดแล้ว”

            เธอยังบอกอีกว่านอกจากคำสอนของพ่อในบ้านแล้ว  คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงก็เป็นอีกหนึ่งคำสอนที่เธอยึดถือ คำสอนที่ว่า “ความพอเพียงที่แท้จริงนั้นเกิดจากใจของเรา หากเรารู้สึกว่าเรามีพอแล้ว พอเพียงต่อจิตใจแล้วเราก็จะเป็นคนที่รวยที่สุด”

Q: สิ่งที่อยากฝากถึงมุสลิมวัยรุ่นปัจจุบัน

            การเป็นวัยรุ่นยุคใหม่ที่ชีวิตปัจจุบันผูกติดกับโลกโซเชียลนั้นญาสมินให้ความเห็นว่า สามารถนำโซเชียลมีเดียในมือนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น ใช้ในการเผยแพร่ศาสนา เพื่อให้คนที่เป็นมุสลิมใหม่หรือว่าคนที่ไม่ใช่มุสลิมได้เรียนรู้เกี่ยวกับอิสลาม  ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่าประเทศไทยได้เปิดกว้างเกี่ยวกับศาสนาและยังมีผู้เข้ารับอิสลามมากขึ้นอีกด้วยเช่นกัน และยิ่งทางพ่อของเธอทำชมรมมุอัลลัฟนั่นทำให้เธอต้องการจะเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวการเข้ามุสลิม รวมทั้งคำศัพท์ที่สามารถเข้าใจอิสลามได้มากขึ้น  

           “แม้สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอาจไม่เป็นดั่งใจ  ให้พยายามสุดความสามารถของตนเอง และมอบหมายสิ่งเหล่านั้นต่ออัลลอฮฺ ขอดุอาและทุกบทดสอบก็จะผ่านพ้นไปได้ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม” เธอกล่าวทิ้งท้าย

อ่านต่อ