“อัลลอฮฺ (ซ.บ.) กำหนดให้ผมมาทำหน้าที่นี้” พลเรือเอก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นคร ทนุวงษ์ (ฮัจยีอาลี บิน มูฮัมหมัด)

อัลลอฮฺ (ซ.บ.) กำหนดให้ผมมาทำหน้าที่นี้

พลเรือเอก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นคร ทนุวงษ์ (ฮัจยีอาลี บิน มูฮัมหมัด)


 


          หลังจากปี 2524 เป็นต้นมา การคำนวณเวลาละหมาดในประเทศไทย ได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในการคำนวณมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกของมุสลิมซึ่งมีความแตกต่างในเรื่องทำเลที่ตั้งและช่วงเวลา

พลเรือเอก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นคร ทนุวงษ์ (ฮัจยีอาลี บิน มูฮัมหมัด) คือบุคคลสำคัญที่เข้ามาทำให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการคำนวณเวลาละหมาดไปในทิศทางที่ดีขึ้น กล่าวกับ BMLว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) กำหนดให้ผมมาทำหน้าที่นี้

 

         มุสลิมท่านนี้เกิดในครอบครัวที่สืบเชื้อสายมาจากมุสลิมจามที่อพยพและมาพำนักอาศัยย่านบ้านครัว เริ่มมีความสนใจด้านดาราศาสตร์มาตั้งแต่วัยเด็ก หลังจากจบชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายเรือ โดยได้เรียนรู้วิชาดาราศาสตร์เพื่อใช้ในการเดินเรือ ซึ่งวิชาดังกล่าวยังเป็นพื้นฐานสำหรับการคำนวณเวลาละหมาดอีกด้วย

 

           เมื่อผมได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทด้านวิศวกรรมสำรวจที่ Purdue University สหรัฐอเมริกา ก็ตั้งใจว่าจะต้องเรียนวิชาคำนวณทางดาราศาสตร์ที่จะใช้ทำปฏิทินเวลาละหมาดให้สำเร็จ เมื่อจบจาก Purdue แล้ว จึงได้ย้ายก็ไปศึกษาเพิ่มเติมด้านดาราศาสตร์สำรวจที่ The Ohio State University ซึ่งที่นั่นก็ได้professor ซึ่งก็ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้างานด้านการคำนวณของสหภาพดาราศาสตร์ระหว่างประเทศ (IAU) อยู่ด้วย มาเป็น advisor และได้เพื่อนชาวตุรกีที่กำลังทำปริญญาเอก และเชี่ยวชาญด้านการคำนวณมาช่วยให้คำแนะนำ จึงได้นำเอาความรู้นั้นกลับมาใช้คำนวณเวลาเพื่อการประกอบศาสนกิจในประเทศไทย




 

          “ผมกลับมาเมื่อปี 21 พอปี 24 ก็ปรับปรุง program computer สำหรับการคำนวณเสร็จ คือทำไว้ตั้งแต่อยู่ที่สหรัฐฯ แต่มาปรับหลักเกณฑ์ต่างๆให้เหมาะสมที่ใช้ในเมืองไทย และใช้เวลาตรวจสอบความถูกต้องกับปรากฏการณ์ธรรมชาติจริง เวลานั้นก็มีหลายท่านคำนวณไว้แล้ว แต่หลักเกณฑ์ที่ผมยึดถือจริงๆคือใช้ตามที่ท่านอดีตจุฬาราชมนตรีต่วน สุวรรณศาสน์ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การคำนวณที่ท่านเรียนมาจากมักกะห์และอยู่ที่นั่นมาเป็นเวลานานกว่าสิบปี

 

        “เดิมเวลาที่ท่านคำนวณไว้จะเป็นของกรุงเทพฯและภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ทำเพียง 3 พื้นที่ พอผมกลับมาก็เริ่มคำนวณของ กทม.และแยกย่อยไปอีก 27 จังหวัดให้ละเอียดมากขึ้น พอทำละเอียดมากขึ้นปฏิทินก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็เลยต้องเปลี่ยนเป็นแบ่งเป็นกลุ่มจังหวัด ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ สำหรับภาคใต้ แบ่งเป็นภาคใต้ตอนบน ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน และกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งคำนวณหลายกลุ่มเพราะภาคใต้มีจำนวนประชากรมุสลิมมาก

 

       ในช่วงระยะแรกๆนั้น เวลาละหมาดที่คำนวณจะต่างจากอดีตท่านจุฬาราชมนตรีต่วน สุวรรณศาสน์ แต่เมื่อปรับหลักเกณฑ์แล้วก็ตรงกัน โดยหลักเกณฑ์ที่ชมรมนักศึกษามุสลิมในสหรัฐอเมริกาใช้กับของไทยจะต่างอยู่กันหลายองศา เมื่อทำปฏิทินเวลาปฏิบัติศาสนกิจออกมาในช่วงแรกๆก็มีคนสนใจมาก หลังจากนั้นก็เผยแพร่ออกไปเรื่อยๆ เพราะมีความละเอียดและแยกย่อยออกเป็นจังหวัด ทำให้สะดวกมากขึ้น มีเวลาแต่ละจังหวัดชัดเจนขึ้น

 

        และด้วยอาชีพที่เป็นนักสำรวจแผนที่ เมื่อออกงานสำรวจแผนที่ทะเลในพื้นที่ต่างๆ ก็ได้นำปฏิทินเวลาที่คำนวณไปตรวจสอบเวลาจริงๆในพื้นที่ว่า ขณะที่ดวงอาทิตย์ตก ตกมิดน้ำจริงหรือไม่ เมื่อเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาจริงหรือไม่ จะนำกล้องวัดมุมธีโอโดไลท์ไปตั้งวัด เพื่อประเมินผลการคำนวณ ปรากฏว่าตรงและเชื่อถือได้

 

             จุดประสงค์หลักต้องการเอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องมุสลิม เราได้เห็นว่าผู้ใช้ได้รับความสะดวก เช่น จังหวัดในภาคกลางซึ่งมีพื้นที่กว้าง ด้านฝั่งตะวันออกเวลาละหมาดก็จะต่างจากภาคกลางด้านตะวันตก ผมมีความภาคภูมิใจ ที่ได้เห็นการคำนวณเวลาละหมาดได้รับการยอมรับ มีผู้นำไปใช้ประโยชน์ มีความภาคภูมิใจที่เราได้ทำประโยชน์ให้กับสังคม และเป็นอุดมการณ์ของทหารเรืออยู่แล้วที่ต้องทำงานให้กับสังคมมากกว่าคิดถึงประโยชน์ส่วนตัว

 

          “อีกเรื่องหนึ่งที่ได้ใช้วิชาดาราศาสตร์และวิศวกรรมสำรวจมาใช้ประโยชน์ในงานศาสนา คือ การคำนวณและตั้งทิศกิบลัต เช่นที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติที่ คลอง 9 ก็ได้ใช้การคำนวณและรังวัดดาราศาสตร์หาทิศกิบลัตก่อนการก่อสร้างอาคารมัสยิดด้วย

 

         แม้จะเกษียณจากราชการแล้วแต่ พลเรือเอก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นคร ทนุวงษ์ (ฮัจยีอาลี บิน มูฮัมหมัด) ยังคงทำงานให้กับสังคมมุสลิมอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานอนุกรรมการดาราศาสตร์ของสำนักจุฬาราชมนตรี ในคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี ดูแลเรื่องการจัดทำปฏิทิน การเตรียมข้อมูลสำหรับการดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันขึ้นเดือนใหม่ตามหลักอิสลาม และการคำนวณเวลาละหมาดของ 76 จังหวัดซึ่งจะลงในเวบไซท์ของสำนักจุฬาราชมนตรีต่อไป เพราะในขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีปฎิทินที่เป็นทางการ นอกจากนั้นยังจะมีการอบรมผู้ทำหน้าที่ดูดวงจันทร์และผู้ที่จะตรวจสอบผลการดูดวงจันทร์ตามจังหวัดต่างๆ โดยผู้เข้าอบรมต้องมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์พื้นฐาน ซึ่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัดจะเป็นผู้สรรหาแล้วส่งมาอบรมต่อไป

 

          ในการอบรมดาราศาสตร์ที่จะจัดขึ้นนั้น ต้องขอขอบคุณร้านปืน ม.ฮะกีมี โดยอัลมัรฮูมฮัจยีมนัส ฮะกีมี ที่ได้มอบกล้องดูดาวจำนวน 7 กล้องให้แก่สำนักจุฬาราชมนตรี ซึ่งก็จะได้มีการอบรมวิธีใช้และมอบให้แก่ผู้แทนจังหวัดที่มีการดูดวงจันทร์ต่อไป ขอ อัลลอฮฺ (ซ.บ.) โปรดตอบแทนความดีแก่ท่านผู้มอบและทางร้านปืน ม.ฮะกีมีด้วยเถิด

 

        “ อัลลอฮฺ (ซ.บ.) กำหนดให้ผมมาทำหน้าที่นี้ เป็นอะมานะที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) มอบให้ คือกำหนดให้ผมชอบด้านดาราศาสตร์ ให้มีความถนัดในเรื่องของการคำนวณดาราศาสตร์ ตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเรียนนายเรือ แล้วยังให้ได้ทุนไปศึกษาด้านดาราศาสตร์และด้านวิศวกรรมสำรวจต่อยอดขึ้นไปอีก แสดงว่าอัลลอฮฺ(ซ.บ.)ได้ประทานมันสมองให้เรามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ น่าจะเป็นคนไทยมุสลิมคนแรก ขอขอบคุณอัลลอฮฺ (ซ.บ.)อัลฮัมดุลิ้ลละหุ”

อ่านต่อ