อิหร่าน-ไทย มิตรภาพที่ไม่รู้ลืม

สัมภาษณ์ มร.มะฮ์ดีย์  ฮะซันคอนีย์  /  ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม & ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรม

 

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน – กรุงเทพฯ

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย มารียะห์  ขัตติยะอารี  บรรณาธิการกิตติมศักดิ์

      BERITA MUSLIM LIFE ได้รับเกียรติจาก มร.มะฮ์ดีย์  ฮะซันคอนีย์  ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม & ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรม  สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน–กรุงเทพฯ ให้เข้าพบและสัมภาษณ์พิเศษในหัวข้อต่างๆดังนี้ 

*ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม&ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรม  สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน   กรุณากล่าวถึงภารกิจหลักของท่าน

     งานของเราเป็นไปเพื่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งในด้านความรู้และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ  โดยเฉพาะความเข้าใจในวัฒนธรรมอิหร่าน  ทั้งในด้านความเป็นอารยะและมิติทางศิลปะด้านต่างๆ  ซึ่งการดำเนินงานเราได้แสวงหาความร่วมมือจากทุกๆฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง

      นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมของประเทศไทยด้วยเช่นกัน  เพื่อทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศสามารถเข้าใจและรับรู้วัฒนธรรมของกันและกัน  อีกทั้งยังทำหน้าที่ปรับปรุงข้อมูลในมิติของวัฒนธรรมให้ถูกต้องและทันกับยุคสมัยอีกด้วย


*ในปี 2020 ท่านมีโครงการทางวัฒนธรรมสำคัญอย่างไรบ้างที่จะนำเสนอในประเทศไทย

      ในภาพรวมเรามีโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับประเทศไทยมาตั้งแต่อดีต  รวมถึงการพิมพ์หนังสือไทยศึกษา แปลหนังสือทั้งด้านศิลปะ  บทกวี วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีการจัดสัมมนา นิทรรศการ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยการเรียนภาษา ส่วนโครงการในปี2020 ที่วางไว้มีดังนี้   

    1.โครงการสอนภาษาเปอร์เซีย(ฟาร์ซี) โดยรับผู้สนใจและสามารถติดต่อได้โดยตรงที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ 2.โครงการนำภาพยนตร์ที่สะท้อนถึงสังคม-ค่านิยมอิหร่าน มาฉายให้ชาวไทยได้รับชมเพื่อความรู้ความเข้าใจและมีสาระบันเทิง 3.โครงการจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์  เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าของวัฒนธรรมอิหร่าน  ซึ่งอิหร่านนำมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่าน

*ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรที่สัมพันธภาพระหว่างอิหร่านกับไทยดำเนินมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ครั้งที่ท่านเฉก อะหมัดคูมี เดินทางเข้ามากรุงศรีอยุธยาเมื่อปี ค.ศ. 1686

    ท่านเฉกอะหมัดคูมี เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เป็นปูชนียบุคคล เป็นผู้เผยแผ่วัฒนธรรมอิหร่าน เป็นศูนย์รวมของคนทั้งสองประเทศ เป็นต้นตระกูลของสกุลบุนนาคในประเทศไทย  ในยุคของท่านถือเป็นยุคที่สัมพันธภาพของทั้งสองประเทศรุ่งเรืองมาก  ท่านได้ร่วมทำงานสนองพระคุณกับราชวงศ์ไทยซึ่งเป็นการเสียสละเพื่อพระมหากษัตริย์และคนไทยในสมัยนั้น  นอกจากนี้ท่านยังได้รับเกียรติให้เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ผู้ทรงพระปรีชาญาณของไทย


          เราได้ตั้งเจตนาอันบริสุทธิ์ในฐานะลูกหลานบรรพชนของท่านเฉกอะหมัดคูมี ที่จะสานความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับประเทศไทยเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ด้วยความรู้และความสามารถทั้งหลายทั้งปวงให้เป็นการตอบแทนความเสียสละของท่านที่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน และท่านก็คือผู้สร้างมรดกทางวัฒนธรรมผ่านกาลเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่ดีของทั้งสองประเทศจนถึงวันนี้

*หลังจากการปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อปี ค.ศ.1979 อิหร่านได้นำแนวทาง”มองทางตะวันออก”มาใช้กับการดำเนินนโยบายการเมือง เศรษฐกิจ การค้า  อยากทราบว่าแนวทางนี้มีผลต่อนโยบายด้านวัฒนธรรมหรือไม่

     นโยบายนี้มีผลโดยรวม เพราะวัฒนธรรมเป็นเสมือนพื้นฐานการใช้ชีวิตของสังคม  และเป็นรากฐานการพัฒนาด้านต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอื่นๆ  ประเด็นสำคัญคือ ความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศที่มีมาแต่ครั้งประวัติศาสตร์และได้รับการพัฒนาให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิผล

     ในความเป็นจริงการปฏิวัติอิสลามนั้นเป็นการปฏิวัติทางวัฒนธรรม  โดยนำวัฒนธรรมอิสลามกลับมาเป็นแนวทางนำประเทศให้เกิดการปฏิบัติโดยมีอิสระและเสรีเพื่อส่วนรวม  โดยยกเลิกระบบผูกขาด  ระบบที่เอื้อกับตะวันตก  มุ่งเน้นให้สอดคล้องกับการใช้ทรัพยากรและสิทธิของประชาชน  รวมทั้งยังมีศักยภาพในการขยายความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมหลากหลายด้านระหว่างอิหร่านและไทยซึ่งสำคัญมาก




อ่านต่อ