หลักในการทำธุรกิจของผมคือ ความซื่อสัตย์

คุณสีหนาท ( ฟารุก )  สนสุวรรณ์   /    อินทผลัม ฟารุก ฟาร์ม “หลักในการทำธุรกิจของผมคือ ความซื่อสัตย์”      

       หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาโทจาก Northeastern University Massachusetts Boston  คณะ Project Management concentrate (Human Resources Management ) และผ่านการทำงานในบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศและในประเทศ  สีหนาท (ฟารุก) สนสุวรรณ์  ได้ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อกลับมาช่วยฟื้นฟูธุรกิจของครอบครัว

        ช่วงเวลานั้นฟารุกมีแนวคิดเพิ่มเติมที่จะทำอาชีพเสริม ใน ปี 2547 จึงทดลองนำอินทผลัมแบบเพาะเมล็ดที่บิดาได้มาจากต่างประเทศมาเพาะพันธุ์และปลูกในพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตน้ำดื่มที่ย่านมีนบุรีเพียง 5 ต้น  แม้ว่าในช่วง 4-5 ปีแรกจะไม่ได้ผลอะไรเลย  แต่ในปี 2553 ก็เริ่มให้ผลผลิต  จึงขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่องจากรุ่นแรกที่เขายกให้เป็น รุ่นปู่  จนมาถึง รุ่นหลาน ในปัจจุบัน

         พื้นที่แรกที่ปลูกอินทผลัมสายพันธุ์บาฮีมีประมาณ 5 ไร่ จำนวน200 ต้น โดยสามารถให้ผลผลิตได้แล้วประมาณ 40 ต้น ซึ่งมีรายได้ที่น่าพึงพอใจจากการขายอินทผลัมสดและการขายต้นพันธุ์  จากการศึกษาวิธีการปลูกการเพาะพันธุ์  การดูแลและบำรุงรักษาอย่างจริงจัง  ทำให้ฟารุกเป็นผู้เชี่ยวชาญ  และพื้นที่ปลูกอินทผลัมก็กลายเป็นฟาร์มสาธิตให้กับผู้ที่สนใจและต้องการเรียนรู้วิธิการต่างๆ  ซึ่งถือเป็นฟาร์มอินทผลัมฟาร์มแรกในกรุงเทพฯที่เปิดให้เข้าชม

        พื้นที่ดังกล่าวเป็นฟาร์มสาธิตเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูก-เลี้ยงอินทผลัม โดยปลูกแบบเพาะเมล็ด ไม่ได้ปลูกแบบเพาะเนื้อเยื่อ    ผลผลิตที่ให้ก็ขึ้นอยู่กับว่าต้นนั้นจะป็นเพศผู้หรือเพศเมีย   ให้ผลิตระหว่างเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกันยายน     ประมาณ 600-700 กิโลกลัมๆละ 300-500 ฿   เป็นสายพันธุ์บาฮีที่ใครๆรู้จักและนิยมรับประทาน โดยมีฉายาว่า แอปเปิลแห่งตะวันออกกลาง  เพราะว่ามีความกรอบ หวานมัน

          นอกจากพื้นที่บริเวณราษฎร์อุทิศ 46 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร  ฟารุกยังขยายพื้นที่การปลูกอินทผลัมพันธุ์บาฮีไปที่จ.นครราชสีมา อีก 30 ไร่  จำนวน 1,000 ต้น ซึ่งมีอายุ 3 ปี แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถให้ผลผลิตได้อย่างเต็มที่   แต่ในอนาคตสวนแห่งนี้จะให้ผลผลิตอินทผลัมสดเพื่อรองรับตลาดได้เป็นอย่างดี

          แม้จะมีรายได้จากขายอินทผลัมสดและขายต้นพันธุ์  แต่ฟารุกก็ยังคงมองหาตลาดอื่นๆเพิ่มเติม โดยเฉพาะจากคำถามของลูกค้าที่ว่า”ไม่มีอินทผลัมแห้งขายหรือ” นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาตัดสินใจนำเข้าอินทผลัมแห้งจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและอฺรับ ซึ่งมุสลิมรู้จักเป็นอย่างดีและในประเทศไทยไม่สามารถปลูกสายพันธุ์แห้งได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจ

       “เมื่อ 4 ปีที่ก่อนมีคนมาชมที่แปลงสาธิตแล้วถามว่าไม่มีอินทผลัมแห้งขายหรือ   ผมก็มาคิดว่าผมจะสร้างรายได้ยังไง  เพราะคนไม่ได้ซื้อต้นไม้ปลูกทุกวัน   จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเข้าอินทผลัมจนเป็นที่มาของ “ฟารุกฟาร์ม”พร้อมเปิดเพจขึ้นมาและขายทุกอย่าง ทั้งอินทผลัมแห้งนำเข้า  ผลไม้แปรรูป  ต้นพันธุ์  ผลสด โดยปัจจุบันธุรกิจอินทผลัมเป็นธุรกิจหลักของครอบครัวและมีส่วนแบ่งการตลาดรวม 20 เปอร์เซ็นต์ ” 

     “สำหรับตลาดหลักของ”ฟารุกฟาร์ม” ตลาดหลักจะอยู่ที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด  ซึ่งเป็นตลาดที่ค่อนข้างกว้างเนื่องจากทำตลาดแบบออนไลน์  โดยมีรายได้จากออนไลน์ 25-30 เปอร์เซ็นต์   หน้าช้อป 15-20เปอร์เซ็นต์ และที่เหลือเป็นลูกค้าส่ง  นอกจากนี้ยังมีลูกค้าoem  ซึ่งจะเข้าทุกช่องทางการตลาด”

      ในส่วนของแผนการตลาดในปีหน้านั้น ปีหน้า ฟารุก จะเพิ่มmarginที่ได้จากการทำmultimedia  เช่น youtube   google  รวมถึงมีแนวคิดในเรื่องของ franchise มากขึ้น โดยมุ่งเน้นตลาดในประเทศ ขณะเดียวกันจะทำเรื่อง kiosk โดยมุ่งเน้นไปตั้งที่ตลาดนัด  เพราะต้องการเจาะกลุ่มคนเงินน้อยหรือชนชั้นกลาง   ซึ่งเขามองว่าตลาดนัดไม่ใช่เพียงแค่คนที่มีเงินน้อยหรือคนชั้นกลางมาเดินจับจ่าย  แต่ในทางกลับกันคนที่มีเงินก็มาเดินด้วยเช่นกัน

       “คนที่จะปลูกช่วงแรกต้องมีความพร้อมในเรื่องของการเตรียมพื้นที่และเตรียมใจ   เตรียมใจในที่นี้ก็คำนึงถึงหลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ  เพราะตอนนี้คนปลูกอินทผลัมเยอะ  ราคาที่คนพูดกันคือ กก.ละ500฿  คนที่จะปลูกอินทผลัมต้องประมาณการณ์ไว้ล่วงหน้า 10 ปี   ถ้าตอนนี้มีคนปลูก 1 คน  แต่อีก10 ปี มีคนปลูก100 คน    ผมว่าในอนาคตราคาจะเหลือเต็มที่แค่ 100฿” 

       “ ที่กำหนดไว้ที่ 100 ฿  เพราะว่าอินทผลัมสดถ้าส่งไปอินโดนีเซีย มาเลยเซีย ราคาจะไม่เกิน กก.ละ 150-160฿  ซึ่งถ้าเราวางราคาไว้100฿ อนาคตถ้าเราจะไปเจาะตลาดอินโดนีเซีย  มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดท  สิ่งที่เราได้เปรียบทั้งหมดคือระบบโลจิสติก   เพราะว่าต้นทุนของการเดินทางต่ำลง  ราคาของเราก็สามารถเจาะตลาดได้ด้วย คุณภาพก็สู้ได้ ประเทศเหล่านั้นก็ไม่ต้องสั่งมาจากตะวันออกกลาง”

       “ผมเริ่มต้นธุรกิจนี้ด้วยตนเอง แต่มีทีมงานค่อนข้างจะดี เพราะมีทั้งน้าชายและน้องๆช่วยกัน  เราทำงานกันอย่างพี่ๆน้องๆ   และมีการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าตลอดเวลา  ลูกค้าคนไหนอยากได้ข้อมูลผมก็ให้ อยากเจอผม ผมก็ยินดีที่จะเจอ หลักในการทำธุรกิจของผมคือ ความซื่อสัตย์ ซึ่งสำคัญที่สุด ไม่หลอกลวง รักษาคุณภาพ  ปัจจุบันนี้การทำธุรกิจจ ทำอะไรต้องตรงไปตรงมาจะยั่งยืนกว่า”

          “ฟารุกฟาร์มเป็นฟาร์มเดียวในกรุงเทพฯที่เปิดให้เข้าชมและมีการสาธิต  และบอกรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน ไม่กลัวว่าความรู้ที่มีจะออกไปข้างนอก   ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นอาชีพ  ถ้าใครไปทำได้ก็ดี  ผมเพียงอยากให้คิดว่าการลงทุนครั้งนี้คุ้มหรือไม่ ตลาดเรามีเพียงพอและจะไปได้ดีหรือไม่”



อ่านต่อ