มีปัญหา..ปรึกษาหมอรถ

กลายเป็นความเคยชินของคนเมืองที่ช่วงเวลาเลิกงานจะมีฝนมาคอยรับเราเหมือนกับนัดกันไว้ สงสัยเหมือนกันว่า ช่วงหน้าฝนแบบนี้ คนรักรถ เขาล้างรถกันไหม แล้วฝนกระหน่ำทุกเช้าค่ำแบบนี้ รายได้ของคนทำคาร์แคร์จะเป็นอย่างไร “ทุกข์ระกำ” หรือ “เป็นกอบเป็นกำ” กันแน่ 

เมื่อสงสัยก็ต้องไม่เก็บงำความสงสัยไว้กับตัว ทีมงาน จึงรุดเข้าพบเพื่อหาคำตอบจากทัศนะของ สามารถ บุญธราทิพย์ ถึงโปลิเคม สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว มั่นใจเหลือเกินว่า มือหนึ่งเรื่องดูแลรักษารถระดับนี้ ต้องมีคำตอบ

สามารถ บุญธราทิพย์ เป็นอีกหนึ่งคนที่มากด้วยความ “สามารถ” สมชื่อ กับโปลิเคม สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่เขานัดหมายให้เรามาพบในวันนี้คือ ต้นแบบความสำเร็จที่เกิดจากความสามารถและการคิดนอกกรอบตามแบบฉบับของเขา “ทำที่ล้างรถในที่ที่คนจอดรถมากที่สุด” จนแตกกิ่งด้านเป็นกิจการโปลิเคมอีกกว่าร้อยสาขาทั่วประเทศ รวมถึงที่กำลังรุกคืบไปยังประเทศอื่นๆ

แต่ยังไม่ทันที่ทีมงานเอ่ยปากถามอะไร บังสามารถก็ชิงเล่าสิ่งน่าสนใจยิ่งกว่า อย่างเรื่อง “หมอรถ” ที่สะกดความสนใจเรา ตลอดหนึ่งชั่วโมงของการสนทนาจนลืมข้อสงสัยที่เตรียมมาถามอย่างหมดสิ้น 

“สิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุดคือ การยกระดับงานด้านคาร์แคร์ ไม่อยากให้เป็นแค่งานล้างรถเหมือนก่อน เราต้องเป็นเหมือนโรงพยาบาลหรือคลินิกที่พร้อมดูแลและรักษารถอย่างครบวงจร โดยมีหมอรถเป็นผู้ดูแล อย่าลืมว่ารถยนต์ในวันนี้ เปรียบเหมือนปัจจัยที่ห้าของชีวิต ราคาก็แพงขึ้นกว่าเดิมมาก สมัยก่อนคนจะขับ BENZ S-Class หรือ BMW series 7 ต้องเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสูดระดับอภิมหาเศรษฐีของประเทศ 

แต่เดี๋ยวนี้ขับกันเกลื่อนถนน ถามว่าจำนวนรถก็มากขึ้น ราคารถก็แพงขึ้น แล้วใครล่ะ จะเป็นคนดูแลรักษารถเหล่านี้ คำตอบก็คือ มืออาชีพที่รู้จริง ดังนั้นคนที่ทำงานด้านนี้ จึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อยกมาตรฐานตัวเอง ซึ่งโปลิเคม เราทำกันมานานแล้ว เรามีโปรแกรมที่ใส่ใจดูแลรถทั้งภายในและภายนอก เรียกว่าดูแลไปจนถึงเจ้าของรถเลยทีเดียว”  

สำหรับแนวคิด “หมอรถ” ของนักธุรกิจมุสลิมท่านนี้ เริ่มขยับเข้าใกล้ความเป็นไปได้มากขึ้น หลังจากที่เขามีโอกาสได้มาเจอคนที่มีเคมีใกล้เคียงกันอย่างผู้บริหารสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ พัฒนาความคิด จนกลายเป็นหลักสูตรดูแลรักษารถสำหรับคนที่สนใจ 

“CP ก็คือ CP วิสัยทัศน์ของผู้บริหารของบริษัทนี้ ย่อมไม่ธรรมดา เขามองเห็นยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ Porcshe ในประเทศจีนที่ CP เป็นตัวแทนจำหน่าย จากยอด 3 พันคันในปีแรก ปีต่อมาเพิ่มเป็น 3 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 5 หมื่นคัน และเพิ่มเป็นแสนคัน เลยเกิดความคิดว่า ต้องสร้างบุคลากรเพื่อมาดูแลรักษารถ Porcshe เหล่านี้ 

และกลายเป็นที่มาของหลักสูตรดูแลรักษารถของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ซึ่งผมทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนด้วย ตามหลักสูตรจะเรียน 3 ปี เรียนภาคทฤษฎี 3 เดือนสลับปฏิบัติจริงกับโปลิเคม 3 เดือน เพื่อดูว่า หน้างานจริง เจอปัญหาอะไรบ้าง รวบรวมทุกปัญหามาแก้ในห้องเรียน สลับกันไป ผมมองว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อที่ผิดๆ ยึดติดกับปริญญาตรี ปริญญาโท ทั้งๆ ที่จบมายังไม่รู้ว่า จะมีงานทำหรือไม่ 

ขณะที่สายวิชาชีพ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด กลับไม่มีคนสนใจ สำหรับหลักสูตรดูแลรักษารถของปัญญาภิวัฒน์ จะเน้นเรียนจริง ทำงานจริงๆ คนที่จบมา ทางโปลิเคมเราก็พร้อมรับเข้าทำงานทันที สตาร์ทเงินเดือน 15,000 บาท หรือถ้าเปิดกิจการเองก็ทำได้ เพราะเราสอนทุกเรื่องที่ควรรู้ ส่วนคนที่จบปริญญาตรี ถ้าเดินเข้ามาสมัครงานที่โปลิเคม ผมยังไม่รู้เลยว่า จะรับเขาเพื่อทำงานอะไร และเราได้ใช้ประโยชน์จากความรู้ระดับปริญญาตรีนั้นได้อย่างไร” บังสามารถกล่าวทิ้งท้าย

ไม่ว่าจะเก่า-ใหม่ ใหญ่-เล็ก หลายคนต้องแลกกับการทุ่มเททำงาน การเก็บหอมรอมริบ กว่าจะได้รถมาแต่ละคัน เลือกดูนะครับว่า จะเลือกดูแลสิ่งที่ได้มาแสนยากนี้อย่างไรเพื่อให้สิ่งนี้อยู่คู่เราไปนานๆ สำหรับทีมงาน สุดท้ายแล้วก็ลืมถามหมอรถจนได้ครับ รายได้ช่วงหน้าฝน คนทำคาร์แคร์ ตกลง “ทุกข์ระกำ” หรือ “เป็นกอบเป็นกำ” กันแน่ครับ



อ่านต่อ