ออมแบบพ่อ

ออมแบบพ่อ

แม้จะเสียใจเพียงไร แต่ชีวิตต้องเดินต่อ ไม่ต้องบอกว่า เราภูมิใจแค่ไหนที่เกิดในรัชกาลที่ 9 แต่ที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทรงทิ้งไว้พสกนิกรชาวไทยทุกคน ก็คือ ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องการออม 

หลายครั้ง เราเคยได้รับรู้จากสื่อต่างๆ ว่า แม้พระองค์ จะทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ แต่การดำเนินชีวิตของพระองค์ กลับเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ หลายคนเคยเห็นสถานที่ทรงงานที่แสนธรรมดา หลายคนเคยเห็นภาพหลอดยาสีพระทนต์แบนราบ เราเคยเห็นจากสื่อว่า ปีหนึ่งๆ พระองค์ ทรงเบิกดินสอ แค่ 12 แท่ง ใช้จนกุดแล้วกุดอีก รวมถึงอีกหลายๆ เรื่องราวที่สะท้อนถึงความพอเพียงของพระองค์
 

ทุกสิ่งอย่างเหล่านั้น ล้วนเกิดจากการปลูกฝังจากสมเด็จย่าตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ สอนให้ทรงรู้จักวิธีบริหารเงินค่าขนมสัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้มีเงินเหลือหรือเพียงพอใช้ก่อนที่จะได้รับเงินรอบใหม่ ฝึกให้ทรงความอดทนและให้เห็นคุณค่าของขวัญที่ได้รับ เพราะสมเด็จย่าจะไม่ทรงซื้อของเล่นให้พร่ำเพรื่อ เว้นแต่เป็นวันที่พิเศษจริงๆ เท่านั้น และทุกครั้งที่พระองค์ทรงเก็บเงินได้ประมาณหนึ่ง สมเด็จย่าจะทรงมีรับสั่งให้จะนำไปฝากธนาคาร จนกลายเป็นกิจวัตร เงินบางส่วนที่เหลือจากฝากธนาคาร พระองค์จะทรงนำไปซื้อหาของใช้ส่วนพระองค์ หรือเครื่องดนตรีที่ทรงโปรด 

ยังมีเรื่องที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบ ในขณะยังทรงพระเยาว์ พระองค์ ทรงใช้เวลาว่าง รับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย โดยนำเงินที่ได้ไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม พอมีกำไร จะทรงหยอดใส่กระปุก 10% เพื่อมอบให้โรงเรียนตาบอด เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน การกระทำเหล่านี้เกิดจากการถูกอบรมสั่งสอนโดยสมเด็จย่าให้รู้จักการสร้างรายได้และการให้
 

เรื่องราวเหล่านี้ ที่ในหลวงทรงปฏิบัตินั้น เป็นต้นแบบที่ดีในทุกๆ ด้าน ทั้งการประหยัด การออม การรักษาระเบียบวินัยในตัวเอง การสร้างรายได้ รวมถึงการแบ่งปัน 

ด้วยสถานะที่สูงส่งของพระองค์ ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องทรงทำอะไรมากมายขนาดนี้ หากแต่ด้วยสถานะพ่อหลวงของปวงชนแล้ว คงมีเพียงเหตุผลเดียวที่ทรงทำ ก็เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกของพระองค์ได้นำเป็นเยี่ยง เป็นอย่างในการดำเนินชีวิต  


อ่านต่อ