ไม่กินไม่ได้ 5 เมนูห้ามพลาดเมื่อไปถึง “มาเลเซีย”

เป็นกังวลทุกครั้งเมื่อไปต่างประเทศ เพราะเป็นคนกินค่อนข้างยาก ชอบกินอะไรเดิมๆ เพราะอย่างน้อยก็ปลอดภัยกับท้องไส้ แต่มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไปแล้วประทับใจกับอาหาร เนื่องจากรสชาติกลางๆ และวัตถุดิบของเขาก็ไม่แตกต่างจากบ้านเรามากนัก เราไปเที่ยว 3 วัน 2 คืน ได้ลองกินอะไรใหม่ๆ ค่อนข้างหลากหลาย แต่รู้สึกว่า 5 เมนูที่จะพูดถึงต่อไปนี้คือ ซิกเนเจอร์ของมาเลเซียจริงๆ คือมาแล้วต้องหากินให้ได้ หากไม่ลองกินก็เรียกว่าพลาดอย่างแรง

ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนค่อนข้างกินยาก แต่เรื่องจองที่พักและตั๋วเครื่องบินต้องง่ายๆ อย่างทริปนี้เราเลือกใช้บริการ Traveloka เพราะแอปพลิเคชั่นเดียวจบทุกการจองเรื่องเที่ยวจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็จองตั๋วเครื่องบินผ่านเว็บไซต์สายการบิน แต่เพื่อนเห็นว่าเราเดินทางบ่อยเลยแนะนำให้ลองใช้แอปฯ นี้ ซึ่งก็สะดวกเปรียบเทียบราคาสายการบินต่างๆ ให้เห็นชัดเจน ตั้งแต่ราคาถูกสุดจนไปถึงราคาสูง ชอบราคาไหนก็กดจองอันนั้น ที่สำคัญเลือก Seat Class ได้ด้วยทั้ง Economic, Business หรือ Premium economy ก็แล้วแต่งบในกระเป๋า ทริปไปมาเลเซียเราเลือกจองตั๋วเครื่องบินกับสายการบิน Lion air เพราะราคาไม่สูง และบินตรงสู่กัวลาลัมเปอร์ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น จากที่ได้ใช้บริการสายการบิน Lion air ถือว่าดีเลยทีเดียว และคิดว่าน่าจะเป็นอีกสายการบินหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการบินด้วยราคา Low Coast...ซึ่งถ้าใครอยากจะจองตั๋วเครื่องบินโดยสายการบิน Lion Air บ้างก็สามารถเข้าไปเช็คกันได้ที่ Traveloka  เลย เอาหละ! ไม่อยากเยิ่นเย้อมาก เพราะเกรงว่าจะเบื่อกันซะก่อน เราขอเข้าประเด็นเรื่อง 5 เมนูที่อยากให้ได้ลองกินกันเลยแล้วกัน

นาซิ เลอมัก (Nasi lemak)

จริงๆ แล้วเมนูนี้ก็หากินได้ที่ภาคใต้บ้านเรา แต่หากได้ไปประเทศต้นตำรับอย่างมาเลเซียก็ไม่ควรพลาด โดดเด่นที่ตัวข้าว หุงด้วยน้ำกะทิใบเตยจึงมีความหอมละมุน นิยมกินคู่กับเครื่องเคียง 4 อย่าง ไข่ดาวหรือไข่ต้ม แตงกวา ถั่วลิสงอบ แล้วก็ไส้ตันหรือปลากรอบ แต่บางร้านก็ให้เป็นไก่ทอด ส่วนทีเด็ดของเมนูนี้อยู่ตรงซอสที่เรียกว่า “ซัมบัล” มีรสชาติหวานๆ เผ็ดนิดๆ คล้ายน้ำพริกเผาบ้านเราแต่ของเขาจะมีความมันกว่าหน่อยนึง


ลักซา (Laksa)

เอาใจคนรักเส้น ด้วยเมนูก๋วยเตี๋ยวแกง หรือ หมี่แกง (คนท้องถิ่นเรียก) มองผ่านๆ ก็คล้ายก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา แต่ตัวเส้นเขาจะเป็นหมี่เหลือง น้ำซุปจะมีความเป็นแกงกะทิข้นๆ รสชาติจะออกหวานๆ เผ็ดๆ แล้วก็มีลูกชิ้นปลา กุ้ง หอยแครง หรือบางร้านก็ใส่เป็นไก่ฉีกก็แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า 


ซัมบัล (Sambal) 

 

เป็นน้ำพริกของมาเลเซีย ตอนไปเที่ยวก็ซื้อกลับมาเป็นของฝากด้วย ซึ่งคนที่ได้รับก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนน้ำพริกเผาบ้านเรา แต่ก็มีความแตกต่างอยู่นิดหน่อย “ซัมบัล” จะมีรสเปรี้ยวหน่อยๆ มีกลิ่นคล้ายๆ กะปิและมีความมันของน้ำพริกมากกว่าแต่กินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ได้ความฟินไปอีกแบบ


อีกัน บาการ์ (Ikan bakar)

มันคือปลาที่หมักด้วยเครื่องเทศบด ผงกระหรี่ และเครื่องปรุงให้รสหวานเค็มทั้งกะปิ ซีอิ๋วหวาน จากนั้นก็ห่อด้วยใบตองเอาไปย่างหรือเผาจนสุกได้ที่ ยืนดูเขาย่างสักพักกลิ่นใบตองมันเตะจมูกชวนให้น้ำลายสอ เราเลยสั่งมาตัวนึกอยากลองชิม แหม รสชาติตอบโจทย์ท้องมาก ครบ 3 รส แถมมีกลิ่นหอมชวนให้เรากินจนหมดเกลี้ยงเลย


อาซัมเปอดัส (Asam pedas)


ดูเหมือนว่าอาหารมาเลเซียเขาจะเน้นรสชาติไปทางเผ็ดและเปรี้ยว เมนูนี้ก็เช่นกัน “อาซัมเปอดัส” ปลาต้มด้วยน้ำมะขามและพริก ดังนั้นในเนื้อปลาทุกอณูจะมีทั้งรสเปรี้ยวและเผ็ดแทรกอยู่ในนั้น ส่วนเครื่องปรุงอื่นๆ จะใส่หลังจากต้มปลาจนสุกแล้วก็จะมีพวกเครื่องเทศหลายอย่าง ผงกระหรี่ (เครื่องปรุงหลักของมาเลเซีย) และผักต่างๆ หลากหลายชนิด

หากอยากเที่ยวมาเลเซียแบบสนุก นอกจากเตรียมท้องให้ว่างเพื่อไปเตรียมลิ้มรสอาหารใหม่ๆ ก็ควรจองที่พักและตั๋วเครื่องบินไปมาเลเซียล่วงหน้ากับ Traveloka เพราะหากไม่จองไว้ก่อนคิดว่า ทริปนี้ขอลุยอย่างเดียว ไม่มีแพลน ไม่มีแผน เชื่อสิ ชีวิตคุณจะไม่เป็นสุขตลอดการเดินทางแน่นอน


อ่านต่อ







**นโยบายการเผยแพร่ซ้ำ

บทความดังกล่าวนี้ เป็นผลงานแปล และเรียบเรียง โดย Beritamuslimmag.com ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ อนุญาตให้เผยแพร่บทความซ้ำ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อบทความ และ URL ลิงค์กลับสู่ต้นฉบับที่ปรากฏบนเว็บไซต์ www.beritamuslimmag.com ไม่อนุญาตให้ทำการดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำ และเรียบเรียงใหม่ หรือไม่ว่าจะกระทำการอันใดที่ผิดไปจากต้นฉบับ หากบุคคลใดหรือนิติบุคคลใดคัดลอก ทำซ้ำ แก้ไขเปลี่ยนแปลง ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ Beritamuslimmag สงวนสิทธิที่จะดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดขั้นสูงสุดตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับบัญญัติไว้โดยทันที