กลัวอัลลอฮฺ(ซ.บ) จึงไม่พูดโกหกอีกต่อไป (เรื่องราวของ เชคอับดุลกอเด็ร ญัยลานี)

    กาลครั้งหนึ่ง มีเด็กชายคนหนึ่งนามว่าเชค อับดุลกอเด็ร ญัยลานี เขาเป็นเด็กที่ขยันทำอามาลอิบาดะฮฺ ขยันศึกษาหาความรู้จากพ่อแม่ของเขาและบรรดาอุลามะฮฺต่างๆ อ่านอัลกุรอานจนจบเล่มหรือที่เรียกว่าคอตัมอัลกุรอานตั้งแต่อายุยังน้อย จนกระทั่งเขาอายุ 18 ปีบริบูรณ์ เขาได้ไปขออนุญาตแม่ของเขาว่าจะไปศึกษาหาความรู้ที่เมืองแบกแดก เนื่องจากที่นั้นมีบรรดาอุลามะฮฺหลายท่านที่สามารถสอนและให้ความรู้แก่เขา 
    หัวอกคนเป็นแม่เมื่อได้ยินลูกชายพูดว่าจะไปแบกแดก ก็ใจหายเพราะทางที่จะไปแบกแดกนั้นมีโจรปล้นของอย่างชุกชุม แต่ด้วยความที่ลูกชายอยากจะไปศึกษาหาความรู้ศาสนาและเป็นความปรารถนาของพ่อเขาที่ต้องการให้ลูกชายคนนี้ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อแสวงหาความรู้ศาสนา เขาจึงยอมให้ไปแต่ในใจก็อดห่วงลูกชายไม่ได้
    หลังจากนั้นแม่ของเขาก็เตรียมข้าวของเสบียงให้เชคอับดุลกอเด็ร  พร้อมกับเงินจำนวนหนึ่งไว้ในเสื้อด้านใน เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม เขาก็กล่าวกับเชคอับดุลกอเด็รว่า “โอ้ อับดุลกอเด็ร ลูกรัก!! จริงๆพ่อของเจ้าได้สั่งเสียก่อนสิ้นลมหายใจว่า... ให้เจ้าใช้เวลาทั้งชีวิตในการแสดงหาความรู้ศาสนา. และพ่อของเจ้าก็ได้ทิ้งเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เจ้าได้ใช้ในการเรียน. แม่จะเก็บเงินนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อของเจ้าที่เย็บไว้ด้านใน เพื่อเป็นเสบียงให้เจ้าใช้ ณ ที่นั่น และแม่จะฝากเจ้าเรื่องหนึ่งว่า... เจ้าอย่าได้พูดเท็จ(โกหก)”
    เชคอับดุลกอเด็รหั่นมายิ้มให้แม่พร้อมกับเอ่ยวาจาด้วยความนุ่มนวลว่า “จ๊ะ! ข้ารับปากว่าจะไม่พูดโกหก” 
    และแล้วเชคก็ได้ออกเดินทางพร้อมกับกองคาราวานที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน แต่แล้วพอเดินทางสักพัก จู๋ๆก็มีกลุ่มโจรมาขวางทางเพื่อปล้นสะดมของมีค่าของพวกเขา กองโจรได้ยึดของทั้งหมด ขณะที่กำลังยึดของนั้นก็มีหัวหน้าโจรเดินตรงเข้ามาหาเชค แล้วถามเชคด้วยน้ำเสียงที่ดุดันว่า...
จ : ไอ้หนู เจ้ามีเงินไหม?
เชคหั่นมามองหน้าโจรแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า... “มีสิ”
จ : มีเท่าไหร่? แล้วเงินอยู่ไหน?
 ช : อยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านใน”
        หลังจากที่เชคบอกที่อยู่ของเงินให้โจรรับรู้ เขาก็คิดอยู่ในใจว่า...ทำไม่เด็กคนนี้ถึงกล้าบอกที่อยู่ของเงิน แล้วไม่กลัวคนอื่นจะเอาเงินไปหรอ เพื่อคลายความสงสัยเขาก็ถามเชคต่อว่า
จ : เด็กน้อย! เจ้ารู้รึเปล่าว่าข้าจะเอาเงินของเจ้า
ช : “ข้ารู้ พวกเจ้าเป็นโจรที่กำลังปล้นสะดมสิ่งของและจะเอาเงินของข้า”
จ : ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าคือโจรที่จะมาปล้นเอาเงินจากเจ้า แล้วเจ้าบอกให้ข้ารู้เรื่องเงินของเจ้าทำไม?
        เชคก็ตอบด้วยความหนักแน่นว่า...
ช : ก่อนที่ข้าจะออกจากบ้าน. แม่ของข้าได้รับสั่งข้าว่า เจ้าอย่าได้พูดเท็จ เมื่อท่านถามข้า ข้าจึงไม่พูดเท็จ
จ : อ่อ!! เจ้ารับแม่ว่าจะไม่พูดเท็จ แต่ในเมื่อ ณ ที่ตรงนี้ไม่มีแม่เจ้าอยู่ เจ้าจะพูดเท็จก็ได้นี้...  ยังไงเสีย! แม่ของเจ้าก็ไม่รู้หรอก
ช : จริงอยู่ว่าที่ตรงนี้ไม่มีแม่ข้าอยู่ แต่ในขณะที่ข้ารับปากแม่ว่าจะไม่พูดเท็จ พยานนั้นคือ อัลลอฮฺ(ซ.บ) ดังนั้นไม่ว่าข้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด ข้าก็จะไม่พูดเท็จ
        หลังจากที่ได้ฟังคำตอบจากเด็กน้อยคนนี้ เขาไม่มีท่าทีตอบโต้ใดๆ และหยุดนิ่งสักพักพรางความคิดที่ฉุดขึ้นมาในหัวของเขาว่า.. นี้เป็นเพียงแค่เด็กตัวน้อยๆยังเกรงกลัวต่ออัลลออฺ(ซ.บ)  แล้วข้าล่ะ! ตอนนี้ข้ากำลังทำอะไรอยู่? ทำไม่ถึงไม่รู้สึกเกรงกลัวต่ออัลลออฺ(ซ.บ) ยาอัลลอฮฺ!! ข้าผิดไปแล้ว...T__T  ณ ตอนนั้นสีหน้าของโจรผู้นี้เศร้าโสกเสียใจต่อการกระทำของตัวเองมาก เห็นดังนั้นแล้วเขาจึงตะโกนต่อสมุนของเข้าทั้งหมดว่า...
จ : เฮ้ยยย!! เด็กคนนี้สัญญากับแม่ว่าจะไม่พูดเท็จ แม้ว่าแม่ของเขาไม่เห็น แต่อัลลอฮฺ(ซ.บ)นั้นได้เป็นพยานขณะที่เขารับปากแม่ของเขา. แล้วพวกเราล่ะ ทำความชั่วก่อกรรมทำเข็ญเป็นปีๆ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นโดยไม่เกรงกลัวอะไรเลย ทั้งๆที่อัลลอฮฺ(ซ.บ)ได้เป็นพยานทุกการกระทำของพวกเรา ดั้งนั้น พวกเรากลับตัวเถอะ และมอบสิ่งของทั้งหมดคืนให้แก่เจ้าของซะ!! 
        และแล้วกองโจรทุกคนก็คืนสิ่งของทั้งหมด พร้อมสำนึกผิดต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ) และกลับตัวกลับใจในที่สุด จากนั้นหัวหน้าโจรหันไปหาเชค แล้วถามเชคว่า...
จ : เจ้าจะไปไหน 
ช : ข้าจะไปแบกแดก เพื่อศึกษาหาความรู้ศาสนาที่นั้น 
จ : ถ้าอย่างนั้น!! ข้าขอไปเรียนกับเจ้าด้วยได้หรือไหม 
        เชคยิ้มพรางพูดขึ้นมาว่า... ได้สิ! ข้าดีใจที่พวกเจ้าสำนึกผิดต่ออัลลออฺ(ซ.บ) พวกเจ้าคือบุคคลกลุ่มแรกที่กลับตัวกลับใจเพราะข้า ^__^
        เมื่อสิ้นสุดคำพูดของเชค พวกเขาทุกคนก็ออกเดินทางต่อเพื่อไปศึกษาหาความรู้ที่เมืองแบกแดกอย่างปลอดภัย... 
        จากเรื่องที่กล่าวมาข้างต้นนี้ สามารถทำให้เรารับรู้ถึงความซื่อสัตย์ของเชค ที่มีต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ) เมื่อเขาได้รับปากว่าจะไม่พูดโกหก เขาก็ไม่พูดโกหก ถึงแม้ว่าสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเขาสามารถที่จะโกหกได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่โกหก แล้วเราล่ะ เคยหันกลับมามองตัวเองบ้างไหมว่า... เคยโกหกใครบ้างไหม โกหกมาแล้วกี่ครั้ง จำได้หรือไม่ แน่นอนว่าเราจำไม่ได้ 
        และขอถามอีกครั้งว่า... ตั้งแต่เล็กจนถึงทุกวันนี้เราเคยเตาบัติกับบาปที่เกิดจากการที่เราโกหกบ้างแล้วหรือยัง ถ้าเตาบัตแล้วก็อัลฮัมดุลิลลาฮฺ แต่ใครรู้ตัวว่ายัง ก็จงรีบเตาบัตซะ ตอนที่ยังมีโอกาสอยู่ เพราะความตายไม่เคยบอกคุณล่วงหน้าว่าจะมาเมื่อไหร่

เรียบเรียงโดย Karimah, www.Beritamuslimmag.com

อ่านต่อ