ชาวถ้ำอายุ 309 ปี สละชีวิตเพื่อหนทางของอัลลอฮฺ ( เด็กหนุ่ม Ashabulkahfi )

วันนี้ทาง BERITAMUSLIM ขอนำเสนอเรื่องเด็กน้อยทั้งเจ็ดที่หลับใหลในถ้ำเป็นเวลานานถึง 309 ปี โดยเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นในเมืองเอฟิซุสเมื่อค.ศ.250 โดยมีกษัตริย์เดซิอุสเป็นผู้ปกครองเมืองแห่งนี้ 

ในสมัยนั้นผู้คนของเมืองแห่งนี้เคารพสักการบูชาเทวรูปที่มีนามว่า “ไดอานา” แต่มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมเปลี่ยนความเชื่อไปเคารพสักการะสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากอัลลออฺ(ซ.บ) จนเรื่องราวเหล่านี้แดงถึงหูของกษัตริย์เดซิอุส 

เมื่อกษัตริย์ทราบถึงเรื่องราวดังกล่าว เขาโกรธกริ้วเป็นอย่างมาก จึงรับสั่งให้ทหารไปตามตัวเด็กเหล่านี้มาสอบสวน และขมขู่ให้เลิกนับถือศาสนาอิสลาม แต่ด้วยความศรัทธาของเด็กกลุ่มนี้ เขาจึงยืนหยัดอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่เปลี่ยนศาสนาไปเคารพสักการะรูปปั้นอย่างที่คนอื่นเขาทำอย่างเด็ดขาด พร้อมยืนยันอย่างมุ่งมันว่าพระเจ้ามีแค่องค์เดียวไม่ใช่รูปปั้นที่คนทั่วไปกราบไหว้บูชากัน


เมื่อกษัตริย์ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งเพิ่มความโกรธกริ้วเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความที่เด็กกลุ่มนี้ยังเป็นเยาชนอยู่จึงให้โอกาสให้เด็กกลุ่มนี้กลับไปคิดทบทวนใหม่เป็นเวลา 3 วัน หากครบกำหนดแล้วยังไม่ยอมเปลี่ยนอีก เด็กกลุ่มก็จะถูกประหาร 

เมื่อกษัตริย์รับสั่งเช่นนั้น เด็กกลุ่มนี้ก็ฉวยโอกาสหลบหนีออกจากเมืองไปอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งบนภูเขาสูงใหญ่ที่มีชื่อว่า“ถ้ำฮิรอ” โดยมีสุนัขตัวหนึ่งติดตามไปด้วย พวกเขาพยายามไล่ไม่ให้สุขนัขตัวนี้ตาม แต่มันก็ไม่ยอมหนีไปไหนนอกจากจะนอนเฝ้าอยู่ที่ปากถ้ำ 


ด้วยความเหนื่อยล้าที่พยายามหลบหนีจากกษัตริย์จอมโหดเหี้ยม พวกเขาก็นอนหลับพักผ่อนเพื่อเอาแรง แต่การนอนหลับครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะพวกเขานอนหลับไปเป็นเวลายาวนานถึง 309 ปี 

แต่เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปถึง 309 ปี เด็กหนุ่มกลุ่มนี้ก็ตื่นขึ้นมาในสภาพร่างกายที่ปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือสภาพแวดล้อมที่รายล้อมรอบตัวพวกเขา ซึ่งในตอนแรกเด็กหนุ่มกลุ่มนี้ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะพวกเขารู้สึกเหมือนนอนแค่แป๊ปเดียว 

หลังจากตื่นขึ้นมาก็เริ่มรู้สึกหิว จึงวานให้เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มออกไปซื้ออาหารที่ตลาดแต่เมื่อถึงตลาดเขาก็เห็นว่าทุกๆอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ทั้งบรรยากาศในตลาดหรือแม้กระทั่งเงินที่เขานำมาเพื่อจะซื้ออาหารก็ไม่สามารถใช้จ่ายได้ เพราะเงินที่ใช้นั้นเป็นเหรียญโบราณที่เก่าแก่มากๆ พ่อค้าไม่ยอมรับเพราะมันไม่มีค่าในช่วงเวลานั้นแล้ว


เด็กหนุ่มคนนี้ก็เริ่มสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกอย่างถึงเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม เขาจึงถามพ่อค้าและพูดคุยกับพ่อค้าอยู่สักพัก หลังจากนั้นเขาก็เล่าเรื่องราวที่พวกเขาประสบทั้งหมดให้พ่อค้าฟัง เมื่อพ่อค้าได้ยินก็ถึงกับอึ้ง เพราะเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากแต่หลังจากนั้นไม่นานกษัตริย์ธีโอโดซีอุสก็ทราบถึงเรื่องราวของเด็กหนุ่มทั้งเจ็ด 

ท่านก็เลยพาชาวเมืองตามไปพิสูจน์ความจริงเมื่อพิสูจน์เสร็จสิ้นแล้ว ผลปรากฏว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มเล่านั้นเป็นความจริง ท่านก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะสิ่งนี้คือสัญญาณที่สามารถพิสูจน์ได้ถึงการฟื้นคืนชีพหลังความตายที่ประชาชนถกเถียงกันอยู่ เมื่อทุกอย่างคลี่คลายเสร็จสิ้นแล้ว เด็กหนุ่มทั้งเจ็ดก็ขอกลับเข้าไปในถ้ำอีกครั้งแต่การกลับในครั้งนี้ไม่เหมือนในตอนแรกอีกแล้ว เพราะพวกเขาได้หลับไหลไปตลอดกาล 


เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในยุคสมัยก่อนที่ท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล.)จะประสูติ 500 ปีในอัลกุรอานนั้นได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ในซูเราะฮฺ อัลกะฮฺฟฺอายัต 10-26 โดยในอัลกุรอานอายัตที่ 18 จะเรียกเด็กหนุ่มกลุ่มนี้ว่า “ชาวถ้ำ”

   เรียบเรียงโดย Fateemoh, www.BeritaMuslimmag.com



อ่านต่อ