คุณรู้หรือไม่? หากท่านนบี ยุนุส ไม่ทำการขอพร ปลาที่กลืนท่านอาจจะยังมีชีวิตจนถึงวันกียามัต (วันสิ้นโลก)

(จากตัฟซีร อัตฏอบารีย์)ปลาที่เคยกลืนกินท่านนบียูนุสในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมานั้น มีความเป็นไปได้ว่า ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ และจะมีชีวิตจนถึงวันกียามัต(วันสิ้นโลก) หากท่านนบียุนุสไม่ได้ขอพร ทำการตัซบิฮ์ และละหมาด ขออภัยโทษมากมายต่ออัลลฮฮ์ในขณะอยู่ในท้องปลา 
สิ่งนี้ได้รับการกล่าวในคัมภีร์อัลกุรอ่าน  ซึ่งอัลลอฮ์ ได้ตั้งเงื่อนไขดังกล่าวไว้ตามโองการข้างล่างนี้ فَلَوۡلَآ أَنَّهُ ۥ كَانَ مِنَ ٱلۡمُسَبِّحِينَ (١٤٣) لَلَبِثَ فِى بَطۡنِهِۦۤ إِلَىٰ يَوۡمِ يُبۡعَثُونَ (١٤٤)        “หากว่าเขา (ท่านนบียูนุส) มิได้เป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้แซ่ซ้องสดุดีแล้ว แน่นอน เขาจะอยู่ในท้องปลาจวจนกระทั่งวันฟื้นคืนชีพ” (ซูเราะฮฺ อัศศ็อฟฟาต 143-144)      ตามโองการอัลกุรอ่านนี้ ได้ระบุชัดเจนว่า ท่านนบียุนุส จะอยู่ในท้องปลาจนถึงวันกียามัต หากท่านไม่ทำการตัสบิฮ์ และทำการละหมาดมากมาย ขณะอยู่ในท้องปลา เพื่อขอพรจากอัลลอฮ์ซุบฮานาฮูวาตาอาลา ให้ปลอดภัย  สิ่งนี้ได้รับการอธิบายโดยท่าน อิบนุญะรีร อัตฏอบรีย์  โดยอ้างอิงฮาดิษจากท่าน กอตาดะห์ ซึ่งได้กล่าวว่า ท่านนบียุนุส ได้ทำการละหมาด ทำการตัซบิฮ์  จนอัลลอฮ์ทำให้ท่านปลอดภัยขณะอยูในท้องปลา และสามารถออกมาจากท้องปลาโดยที่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ

حدثنا بشر، قال: ثنا يزيد، قال: ثنا سعيد، عن قتادة ( فَلَوْلا أَنَّهُ كَانَ مِنَ الْمُسَبِّحِينَ ) كان كثير الصَّلاةِ في الرّخاء، فنجَّاه الله بذلك; قال: وقد كان يقال في الحكمة: إن العمل الصالح يرفع صاحبه إذا ما عَثَر، فإذا صُرع وجد متكئا

(จากตัฟซีร อัตฏอบารีย์)

        ส่วนท่านอีหม่าม อัลกุรตุบีย์ ได้อธิบายว่า  ท่านนบียุนุสอยู่ในท้องปลานั้นเป็นการลงโทษ และเป็นสุสาน หรือกุโบร์ สำหรับท่านไปจนถึงวันกียามัต   หากท่านไม่เป็นบุคลทีทำการตัซบิฮ์ ขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ 

ส่วนบรรดาอุลามะมีทัศนะต่างกันเกี่ยวกับระยะเวลาท่านอยู่ในท้องปลา ดังนี้

        1. ท่าน อัศาดีย์ ท่านอัลกัลบีย์ และท่าน มากอติล บิน สุไลมาน  กล่าวว่า 40 วัน
        2. ท่าน อัดฎอฮาค กล่าวว่า 20 วัน
        3. ท่านอฏออ กล่าวว่า 7 วัน 
        4. ท่านมอกอติล บิน ฮัยยาณ กล่าวว่า 3 วัน
        5. บางอุลามะกล่าวว่า  1 ชั่วโมงเท่านั้น  

(จากตัฟซีรอัลกุรตุบีย์)



ตลอดช่วงที่อยู่ในท้องของปลา นบียูนุส อาลัยฮิสสาลาม ไม่เคยหยุดหย่อน มักจะทำการตัสบิฮ(คือกล่าวว่า ซุบฮานัลลอฮฺ) และละหมาดอย่างต่อเนื่อง 

وَذَا النُّونِ إِذْ ذَهَبَ مُغَاضِبًا فَظَنَّ أَنْ لَنْ نَقْدِرَ عَلَيْهِ

فَنَادَى فِي الظُّلُمَاتِ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ سُبْحَانَكَ إِنِّي

كُنْتُ مِنَ الظَّالِمِينَ (87) فَاسْتَجَبْنَا لَهُ وَنَجَّيْنَاهُ مِنَ الْغَمِّ

وَكَذَلِكَ نُنْجِي الْمُؤْمِنِينَ (88)

"และจงรำลึกถึงเรื่องราวของซันนูน(*1*) (นะบียูนุส)  
เมื่อเขาจากไปด้วยความโกรธพรรคพวกของเขา
แล้วเขาคิดว่าเราจะไม่ทำให้เขาได้รับความลำบาก
แล้วเขาก็ร้องเรียนท่านกลางความมืดทึบทะมึนว่า(*2*)
“ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากกพระองค์ท่าน มหาบริสุทธิ์แห่งพระองค์ท่าน
แท้จริงข้าพระองค์เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้อธรรมทั้งหลาย"

หมายเหตุ: 

(1)  ซันนูนหมายถึงนะบียูนุส นูน หมายถึงปลาวาฬ และ ซา หมายถึงเจ้าของ 
(2)  อัลซุลุมาต คำนี้เป็นพหูพจน์ของคำว่า ซุลมะฮ์ คือ ความมืด อัลซุลุมาต 
หมายถึงความมืดถึง 3 ชั้น คือความมืดในเวลากลางคืน ความมืดในท้องทะเล  และความมืดในท้องปลาวาฬ นี่คือทัศนะของอิบนุอับบาส


ที่มาเนื้อหาบางส่วน : islamidia.com

เรียบเรียงโดย : Matty Ibnufatim Hamadee

อ่านต่อ