“สัมพันธภาพคือสิ่งที่ทำให้เราอยู่ได้”

คำพูดหนึ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างการสัมภาษณ์พิเศษ ท่านดาโต๊ะนาซิระห์ ฮุสเซน (H.E. Dato' Nazirah binti Hussain)เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันที่ 22 กันยายน 2559 หลังจากงานเฉลิมฉลองวันชาติมาเลเซีย ท่านทูตกรุณาให้ทีมงาน Berita Muslim Life เป็นสื่อเดียวที่ได้รับเกียรติให้สัมภาษณ์เดี่ยวในวันนั้น แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ เพียง 20 นาที กับการสัมภาษณ์เป็นภาษามลายู สลับกับภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณคุณมารียะห์ ขัตติยะอารี บรรณาธิการกิตติมศักดิ์ ที่ช่วยให้การสัมภาษณ์ในวันนั้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หลักใหญ่ใจความ สามารถติดตามอ่านได้ในบรรทัดต่อไป  

เริ่มจาก ท่านทูตดาโต๊ะนาซิระห์ ได้กรุณากล่าวถึง ความรู้สึกของท่าน ตลอด 5 ปี ที่ได้เข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ท่านรู้สึกทั้งตื่นเต้น และดีใจที่ได้มีโอกาสมาทำงานที่นี่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้กับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะในความเป็นประเทศเพื่อนบ้านนั้น ท่านมองว่า สัมพันธภาพคือ สิ่งที่ทำให้ทั้งสองประเทศอยู่ได้ความสัมพันธ์ในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของการศึกษาหรือการพบปะกันระหว่างศิษย์เก่าไทย มาเลเซีย ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอาศัยความเข้าใจกันเป็นสำคัญ

และจากการที่นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย ดาโต๊ะซรี ฮัจญี โมฮัมมัด นาจิบ บิน ตน ฮัจญี อับดุล ราซะก์ มาเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีครั้งที่ 6 ที่ผ่านมานั้น ท่านมองว่า เป็นนิมิตหมายที่ดี และเป็นสัญญาณว่า ทั้งสองประเทศต้องทำงานหนักขึ้น ควรมองหาโอกาสที่จะมีการประชุมระหว่างผู้นำหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจากทั้งสองประเทศ มีความร่วมมือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาหลายๆ เรื่อง และร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อเพิ่มความร่วมมือ อาทิ ความปลอดภัย เศรษฐกิจ การค้า และในด้านอื่นๆ ดังนั้นมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะปลูกฝังความพยายามที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่มีอยู่แล้วให้เกิดผลประโยชน์ระหว่างทั้งสองฝ่าย

สำหรับคนไทยเชื้อสายมลายูในจังหวัดภาคใต้นั้น ท่านฝากทัศนะไว้อย่างสนใจ ท่านมองว่า ประการแรก คนไทยมลายูในจังหวัดชายแดนใต้ ควรรักษาความเป็นอัตลักษณ์ของความเป็นมลายูให้คงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของภาษา แม้จะเป็นเพียงภาษาประจำท้องถิ่น แต่ ก็ต้องพยายามรักษาไว้  อย่าให้สูญสิ้นไป เพราะหากไม่มีภาษาแล้ว อัตลักษณ์ของความเป็นมลายูอื่นๆ ก็จะหายไปด้วย ทั้งนี้ ก็ขอให้เป็นเพียงการรักษาอัตลักษณ์มลายูที่สืบทอดกันมาเท่านั้น อย่าได้เกินเลยไปในเรื่องอื่นๆ พร้อมกันนั้น ท่านยังฝากให้เยาวชนในพื้นที่ ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษ ยิ่งหากมีความเชี่ยวชาญ ครบทั้งสามภาษา ภาษาไทย ภาษามลายูและภาษาอังกฤษแล้ว จะส่งผลดีแก่อนาคตในวันข้างหน้า

ท้ายที่สุดแล้ว หากจะให้ท่านทูตดาโต๊ะนาซิระห์เชิญชวนคนมาเลเซียให้มาเที่ยวเมืองไทย ควรเป็นที่ใด ท่านตอบว่า “คงจะแนะนำให้มาเที่ยวตลาดน้ำ  เพราะปกติ คนมาเลย์จะชอบช้อปปิ้งเป็นหลัก ดังนั้น การมาเที่ยวตลาดน้ำน่าจะสร้างความประทับใจให้พวกเขา เหมือนที่สร้างความประทับใจให้ท่าน 


เรียบเรียงโดย Berita muslim
อ่านต่อ