อย่าปะปนกับสิ่งฮารอมในการใช้ชีวิตคู่ เพื่อความบารอกัต

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

ปัจจุบันคู่ชีวิตหลายคนที่พลาดในการใช้ชีวิตคู่ บางคู่ถึงจุดที่ต้องแยกกันอยู่ก็มี ซึ่งแน่นอนว่าเป็นจุดจบที่ใครๆ ก็ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าว Berita Muslim (เบอรีตามุสลิมนิตยสารมุสลิมออนไลน์) เห็นว่า เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคู่ชีวิตที่ต้องไม่ปะปนกับสิ่งฮารอม ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกัน และเพื่อการใช้ชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความบารอกัต ซึ่งสิ่งฮารอมที่ต้องหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

1. อาหารการกิน

เป็นที่รู้กันดีว่า อิสลามให้ความสำคัญในการดำรงชีวิต ซึ่งจะรวมไปถึงอาหารการกินก็เช่นกัน  เนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมุสลิมที่ต้องเลือกอาหารการกินที่ฮาลาลและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ตามที่พระองค์ได้ตรัสไว้ในซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ  อายัตที่ 88

وَكُلُوا مِمَّا رَزَقَكُمُ اللَّهُ حَلَالًا طَيِّبًا وَاتَّقُوا اللَّهَ الَّذِي أَنتُم بِهِ مُؤْمِنُونَ

ความว่า “และพวกเจ้าจงบริโภคสิ่งอนุมัติที่ดีๆ จากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงให้เป็นปัจจัยชีพแก่พวกเจ้า และพึงยำเกรงอัลลอฮฺผู้ซึ่งพวกเจ้าศรัทธาต่อพระองค์เถิด”

เมื่อคู่ชีวิตได้ใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เนื่องจากอาหารการกินถือว่าเป็นต้นเหตุของการมีชีวิตที่ดี เมื่อเราเลือกอาหารการกินที่เป็นสิ่งฮาลาลพร้อมทั้งมีประโยชน์ แน่นอนว่าเมื่อเราเลือกสิ่งที่ดีเข้าสู่ชีวิต ชีวิตคู่ก็จะดีตาม ซึ่งอาหารการกินไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่แพงและหรูเสมอไป เพียงแค่ฮาลาลและมีประโยชน์นั้นที่สุดแล้ว

ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นสิ่งที่ง่ายมากสำหรับมุสลิมที่จะเลือกอาหารการกินที่เป็นอาหารที่ฮาลาลและมีประโยชน์ แม้ว่าสำหรับใครที่ไม่มีเวลาทำอาหารก็สามารถเลือกซื้ออาหารจากร้านที่เป็นมุสลิม ซึ่งเป็นอาหารฮาลาล ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า มุสลิมต้องเลือกอาหารจากการประทับตราฮาลาลเท่านั้น แต่หมายถึงเลือกอาหารที่ฮาลาลผ่านกระบวนการตามหลักการของอิสลามอย่างถูกต้องและไม่มีการปะปนกับสิ่งนาญิส (สิ่งฮารอม)ใดๆทั้งสิ้น 

แต่ถ้าจะให้มั่นใจที่สุดและปลอดภัยที่ แนะนำให้คู่ชีวิตทำอาหารกินเองมากกว่า เพื่อความบารอกัตสู่ครอบครัว และเพื่อเป็นการป้องกันจากการกินอาหารที่เป็นสิ่งฮารอมได้ด้วยอีกเช่น

2. คำพูด

การพูดคุยกันของคู่ชีวิตในแต่ละวันถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการพูดเป็นสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ที่จริงแล้วคำพูดคือต้นเหตุของความบารอกัตเช่นกัน หากทั้งคู่เลือกการพูดคุยกันในเรื่องที่ดีและเป็นคำพูดที่ให้สาระมากกว่าไร้สาระถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก

ฉะนั้นห้ามเด็ดขาดในการพูดในสิ่งที่ไม่ดี เช่น คำพูดสาปแช่ง พูดหยาบคาย คำพูดอานาจาร  พูดในสิ่งที่ฮารอม เป็นต้น เพราะเมื่อใดที่ทั้งคู่ได้พูดคุยกันในสิ่งที่ฮารอม ซึ่งสิ่งฮารอมเหล่านี้จะไปปะปนกับสิ่งฮาลาล เมื่อปะปนกับสิ่งฮาลาล ซึ่งเป็นที่มาของความไม่บารอกัตเช่นกัน เป็นไปได้ให้ทั้งคู่เลือกใช้คำพูดที่ดีแม้ว่าจะเป็นการตักเตือนกันก็ตาม และหลีกเลี่ยงใช้คำพูดที่ไม่ดี เพื่อความบารอกัตของการใช้ชีวิตคู่ อินชาอัลลอฮฺ

3. การปฏิบัติตน

การที่คนสองคนตกลงที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน แสดงให้เห็นแล้วว่าทั้งคู่พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน และแน่นอนว่าต้องเลือกใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับคำสอนของอิสลาม ตามแนวทางการใช้ชีวิตู่ของท่านนบีกับภรรยาของท่านมาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตน

การปฏิบัติติตนที่ทั้งคู่ควรหลีกเลี่ยง เช่น 

- ภรรยาควรปกปิดเอารัตไม่ให้ชายอื่นที่เป็นไม่ใช่มะฮฺรอม (คนที่สามารถแต่งงานกันได้) เห็นนอกจากสามีตน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดฟิตนะฮฺ 

- สามีไม่ควรละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบตามที่ได้รับอะมานะฮฺ (หน้าที่ความรับผิดชอบ)มา ต่อภรรยาและลูก เพื่อหนทางของอัลลอฮฺ (ซ.บ.)

- ทั้งคู่ควรรู้ขอบเขตระหว่างการคลุกคลีกับเพศตรงข้าม ทั้งนี้เพื่อป้องกันนัฟซูจากการถูกชัยฎอนล่อลวงไม่ให้ไปกันใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องใดก็ตาม เช่น การปะปนกัน หรือ การคุยแชทระหว่างเพศตรงข้าม แม้ว่าจะเป็นการคุยกันแบบไม่มีอะไรก็ตาม แต่นั่นคือส่วนหนึ่งต้นเหตุของปัญหาเล็กที่สามารถบานปลายได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้อย่างน้อยจึงต้องรักษาขอบเขตที่อิสลามได้วางไว้ เพื่อชีวิตคู่ที่มีความบารอกัต

- อื่นๆ

บางครั้งการมองข้ามข้อติเล็กๆ น้อยๆ จากคำสอนของอิสลาม ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่มาในความไม่บารอกัตของการใช้ชีวิตคู่เช่นกัน ฉะนั้นคู่ชีวิตควรที่จะปรับเข้าหากันด้วยการปฏิบัติตนตามแนวทางการใช้ชีวิตคู่ตามแบบอย่างของท่านนบีดีที่สุด

4. อาหารของจิตวิญญาณ และ ความรู้สึกนึกคิด

อาหารของจิตวิญญาณในที่นี่หมายถึง การที่คู่ชีวิตไม่ควรละเลยในการทำอามาลอีบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) อย่างน้อยที่สุดคือ สามารถรักษาละหมาดตามเวลาที่กำหนดในแต่ละวัน

และไม่บังควรอย่างยิ่งที่คู่ชีวิตจะมีความคิดที่ไม่ดี เช่น 

- เมื่อเจออุปสรรค์ทางด้านการเงิน จึงฉุดคิดที่จะไปทำการขโมยของเขามา

- เมื่อมีปัญหากับคนรอบข้าง มีความคิดที่จะไปทำร้ายคนอื่น

- เมื่อเจอบททดสอบเกี่ยวกับความเจ็บป่วย  จึงมีความคิดอยากจะไปฆ่าตัวตาย

- เมื่อไม่สามารถตอบสนองความสุขส่วนตัวของกันและกัน  จึงมีความนึกคิดที่จะไปทำไม่ดีกับคนอื่นแทน

- อื่นๆ

แม้ว่าตัวอย่างที่กล่าวาข้างต้นเป็นเพียงแค่สิ่งที่คิด สิ่งที่อยู่ภายใน ยังไม่ได้แสดงออกมาก็ตาม แต่นั่นก็ไม่สมควรที่จะคิดแบบนั้น เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องขจัดความคิดที่ไม่ดีเหล่านั้นออกไปให้เร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการถูกชัยฏอนล่อลวงให้คิดมากกไปกว่านั้น สุดท้ายอาจจะแสดงออกมาทางพฤติกกรมในที่สุด วาอัยาซุบิลลาฮฺ (ขอให้ห่างไกลจากสิ่งที่ไม่ดี)

ด้วยเหตุดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคู่ชีวิตที่ต้องขจัดความคิดที่สกปรกต่างๆ นั้นออกไป ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ให้มากๆ และแถมที่จะคิดในสิ่งที่ฮารอม ให้หันกลับมาทำอีบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) แทน เช่น ให้ทำการละหมาด ซุนัตต่างๆ พร้อมวิงวอนขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) อ่านอัลกุรอานเยอะๆ ซิกรุลลอฮฺเยอะๆ เป็นต้น อย่าให้ความคิดที่ไม่ดีมาแทนที่ความคิดที่ดีนะคะ เพื่อการรักษาชีวิตคู่ให้มีความบารอกัตทั้งโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ

วัลลอฮูอะอฺลัม


เรียบเรียงโดย Fateemoh : Beritamuslimmag.com

ขอขอบคุณภาพประกอบโดย pinterest.co.uk


อ่านต่อ