ระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า “แม่นยำ งานไว โดนใจนายช่าง”

ระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า “แม่นยำ งานไว โดนใจนายช่าง”

Innovation หรือนวัตกรรม คำนี้ถือเป็น keyword สำคัญของการเปลี่ยนผ่านในยุคที่หลายหน่วยงานโดนผลกระทบจาก Disruptive Technology ไม่เว้นแม้จะเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตไฟฟ้ามายาวนานอย่าง กฟผ. โรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นใหม่หลายโรงเริ่มเปลี่ยนมาเป็นการเดินเครื่องด้วยระบบดิจิทัล และหากจะพัฒนาให้สุดทางจริง ๆ ในวันข้างหน้าระบบปฏิบัติการในโรงไฟฟ้าทั้งหมดอาจถูกควบคุมโดยระบบ AI (Artificial Intelligence)


ด้วยการสั่งสมประสบการณ์และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโรงไฟฟ้า การผลิตและระบบส่ง รวมทั้งการบำรุงรักษาอย่างครบวงจรมาตลอดยาวนานกว่า 50 ปี ในวันนี้เพื่อก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลง และใช้การเปลี่ยนแปลงนี้มาเป็นการสร้าง “โอกาส” กฟผ. จึงใช้ความเชี่ยวชาญในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัยพัฒนาไปสู่ “ระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า” หรือเรียกว่า “Digital Operation and Routine Maintenance Platform” รองรับโรงไฟฟ้าดิจิทัลในยุค 4.0 นี้

ระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้านี้ถูกนำมาใช้ในโรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่นเป็นแห่งแรก เนื่องด้วยโรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่นมีความไว้วางใจให้ กฟผ. ดูแลรับผิดชอบงานงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า และแน่นอนว่า กฟผ. ไม่ทำให้ลูกค้าผิดหวัง เพราะ กฟผ. ได้มอบระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าที่ดีที่สุดของ กฟผ. ที่มีความทันสมัยสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันรวมถึงอนาคต อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการงานเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายของการลงทุน ลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และเกิดความปลอดภัยทั้งต่อบุคคลและทรัพย์สิน

คุณไพฑูรย์ ตั้งจิตร่วมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโครงการธุรกิจ (ชธค.) ในฐานะหัวหน้าโปรเจคงานพัฒนาในครั้งนี้ ได้เปิดเผยถึงแนวคิดของระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ว่า
“เริ่มต้นจากอย่างแรกคือ คิดใหม่ ทำใหม่ ก้าวไปข้างหน้าให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ซึ่งต่อไปงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของ กฟผ. จะเปลี่ยนจากการให้บริการด้วยคน เป็นการให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้การทำงานเปลี่ยนไปจากเดิมและเกิดประโยชน์อย่างสูงต่อผู้ใช้งาน อย่างแรกคือเป็นการลดขั้นตอนการทำงานที่เป็นขั้นตอนซ้ำ ๆ กันได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เปลี่ยนจากคนทำงานมาเป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งจะทำให้คนทำงานมีเวลาเพิ่มขึ้นในการคิดพัฒนาปรับปรุงงานที่เป็นประโยชน์ต่อไป มากกว่าจะต้องมาเสียเวลากับงานที่เป็น Routine
อย่างที่สองคือ ความผิดพลาดโดยมนุษย์ หรือ Human Error เป็นศูนย์ เพราะการทำงานด้วยระบบจะมีความแม่นยำ เมื่อก่อนต้องอาศัยความชำนาญของผู้ปฏิบัติงาน ใครชำนาญงานมากหรือชำนาญงานน้อยจะได้ผลต่างกัน แต่เมื่อเป็นระบบดิจิทัลแล้วปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถรับประกันคุณภาพและมาตรฐานงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาได้

และอย่างที่สามคือ รองรับธุรกิจของ กฟผ. เนื่องจากแพลตฟอร์มของระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของ กฟผ. นี้ จะสามารถพัฒนาต่อยอดไปใช้งานในโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ข้อมูลจะมีการเชื่อมโยงถึงกันด้วยเทคโนโลยี ส่งผลให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถทำงานได้ ประหยัดทั้งคนและเวลาในการทำงาน ทำให้ กฟผ. มีโอกาสรับงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาได้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
การที่ กฟผ. รับงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าให้โรงไฟฟ้าเอกชน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ กฟผ. มีหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคง ในฐานะที่ กฟผ. เป็นผู้เชี่ยวชาญในงานด้านโรงไฟฟ้า หากให้ กฟผ. ได้ดูแลโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ของประเทศ เราจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพราะเราไม่ได้มุ่งหวังกำไร แต่มองไปที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติ หากให้ผู้ที่ขาดความชำนาญมาดูแลโรงไฟฟ้า ทำให้โรงไฟฟ้าหลุดออกจากระบบ (Trip) บ่อย เพราะระบบจัดการไม่ได้มาตรฐานย่อมกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ”

ด้านคุณวัลลภ ธรรมปัญยาสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสายงานบริหารสินทรัพย์ โครงการโรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น เป็นผู้แทนโครงการฯ ที่ไว้วางใจให้ กฟผ. ทำหน้าที่ดูแลงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาของโรงไฟฟ้าเบิกไพร ได้กล่าวถึง การดำเนินงานโครงการฯ ว่า
“เทคโนโลยีระบบดิจิทัลทั้ง Hardware และ Software ได้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก อาทิเช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ สามารถนำมาใช้หรือพัฒนาระบบการบริหารจัดการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อเป้าหมายในการดำเนินการธุรกิจของบริษัท ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการตัดสินใจ รวมถึงการวิเคราะห์และปรับปรุงแก้ไขในอนาคตต่อไป ซึ่งถ้าในมุมมองของการประกอบธุรกิจประเภทผลิตไฟฟ้าและไอน้ำเพื่อขายของบริษัทแล้ว ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ กฟผ. ได้นำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานเดินเครื่อง และบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของบริษัท

ระบบดังกล่าวทำหน้าที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลงานเดินเครื่อง และระบบบริหารจัดการงานบำรุงรักษาเข้าด้วยกัน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการงานบำรุงรักษาทั้งในเชิงป้องกัน เชิงรุก และคาดการณ์ บริษัทยิ่งมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของ กฟผ. ที่จะธำรงรักษาความน่าเชื่อถือ ความพร้อมจ่ายไฟฟ้า ประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมถึงความปลอดภัยต่อบุคคลและทรัพย์สิน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการเดินเครื่องและบำรุงรักษา ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการดำเนินการธุรกิจของบริษัท
ดังนั้น การได้ กฟผ. เป็น Partner หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจร่วมกันในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของบริษัท จึงเป็นความภูมิใจ ทั้งในเชิงคุณภาพและค่าใช้จ่ายที่สามารถบริหารจัดการได้ดี รวมถึงความร่วมมือต่อไปในอนาคต ซึ่งสามารถนำไปสู่การแข่งขันกับเอกชนรายอื่น ๆ ได้”

เมื่อโลกหมุนไปข้างหน้าในทุกวัน แม้เพียงการหยุดอยู่ที่ก็เท่ากับล้าหลัง ดังนั้น กฟผ. จึงมุ่งมั่นและไม่หยุดพัฒนา สร้างสรรค์นวัตกรรม ให้สมกับการเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่คนไทยไว้วางใจ
Tips โครงการโรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่นเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่าง บริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัด และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีกำลังผลิตติดตั้ง 100 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า โดยเริ่มกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้กับ กฟผ. เมื่อเดือนมิถุนายน 2562
อ่านต่อ