การดูแลสิ่งแวดล้อมทางอากาศด้วย โปรแกรม AR-QADS ของ กฟผ.

การดูแลสิ่งแวดล้อมทางอากาศด้วย โปรแกรม AR-QADS ของ กฟผ.

ในช่วงฤดูหนาวมักเกิดสภาพอากาศปิด รวมถึงเป็นช่วงเตรียมพื้นที่เพาะปลูก มีการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในหลายพื้นที่ ส่งผลทำให้หลายพื้นที่ในประเทศไทยประสบปัญหาจากฝุ่นละอองเป็นประจำ ซึ่งฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นในแต่ละปีที่ผ่านมา  ซึ่งนอกจากการเผาชีวมวลแล้ว แหล่งกำเนิดฝุ่นที่สำคัญยังมาจาก ยานพาหนะ สภาพการจราจร รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้นำเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัยที่สุด และมีประสิทธิภาพสูง มาใช้ในโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง คือ ระบบเทคโนโลยี Ultra-Super Critical (USC) หรือ เทคโนโลยีไอน้ำแบบแรงดันเหนือวิกฤต เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ส่งผลให้ประหยัดการใช้เชื้อเพลิงได้ถึงประมาณร้อยละ 20 ทำให้ลดการปล่อยมลสารต่างๆ อาทิ ฝุ่นละออง ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ลงได้มากกว่าเทคโนโลยีรุ่นเก่า นับเป็นความรับผิดชอบที่มีต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อการดำเนินงานด้านกระบวนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.

 

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน กฟผ. ยังได้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ หรือโปรแกรม AR-QADS ออกเสียงว่า “อากาศ” (AiR Quality Automated-program for Decision-making Support) ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าต่างๆ ของ กฟผ.   โดยโปรแกรม AR-QADS อาศัยการนำเข้าชุดข้อมูลด้านต่างๆ เช่น อุตุนิยมวิทยา ภูมิประเทศ การใช้ที่ดิน มาเป็นค่าตั้งต้นในการคำนวณ  และใช้ระบบคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงในการประมวลผล ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นข้อมูลลมและสภาพอากาศแบบรายชั่วโมง  ที่พยากรณ์ล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน หรือ 168 ชั่วโมง โดยข้อมูลที่ได้นี้จะนำไปใช้คาดการณ์ทิศทางการแพร่กระจายของมลสารจากปากปล่องโรงไฟฟ้า รวมทั้งคาดการณ์ความสามารถในการเจือจางมลสารในแต่ละชั่วโมงล่วงหน้า เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาคุณภาพอากาศที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ผลที่ได้ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบในการวางแผนการผลิตไฟฟ้า และการวางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์บำบัดมลสารอีกด้วย

 

จึงกล่าวได้ว่า กฟผ. เป็นหน่วยงานที่บุกเบิกพัฒนาระบบนี้มาใช้งานเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ข้อมูลที่กล่าวมานี้ ถือเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ สามารถพิสูจน์ได้ เพื่อใช้งานในการค้นหาสาเหตุของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และใช้เป็นหลักฐานในการชี้แจงประเด็นข้อสงสัยของชุมชนและสังคมได้  จึงเป็นการพัฒนาการทำงานเชิงรุก เฝ้าระวังป้องกันปัญหา และช่วยกำหนดแนวทางการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนและสังคมมั่นใจในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของ กฟผ. มากขึ้น  ซึ่งผลการคาดการณ์ของโปรแกรม AR-QADS นี้ประชาชนสามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้ โดยสามารถเข้าชมข้อมูลผ่านเว็บไซต์  http://tairgle.egat.co.th


ที่ผ่านมา ข้อมูลจากโปรแกรม AR-QADS ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ ในด้านต่างๆ เช่น นำผลการพยากรณ์ลมไปใช้ในการอธิบายปัญหาการเกิดเสียงรบกวนในพื้นที่ชุมชนแม่เมาะช่วงเวลากลางคืน นำผลพยากรณ์ลมและสภาพอากาศอธิบายสถานการณ์วันที่ฝุ่น PM2.5 มีค่าเกินมาตรฐานในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าบางปะกง นำข้อมูลไปใช้กำหนดวันการทดสอบเดินเครื่องครั้งแรกของโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 เครื่องที่ 2  เพื่อไม่ให้ฝุ่นและควันจากการทดสอบเดินเครื่องส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ รวมทั้งได้นำข้อมูลความเร็วลมไปใช้ในการคาดการณ์พลังงานลมในพื้นที่โรงไฟฟ้ากังหันลมลำตะคอง เป็นต้น


นอกเหนือจากนำโปรแกรม AR-QADS ไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า และดูแลสิ่งแวดล้อมแล้ว กฟผ. ยังได้นำระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์นี้ไปใช้ในเชิงสังคมในพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เช่น ด้านประมง เพื่อให้ชุมชนได้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือประมง  ด้านการเตือนภัยจากปัญหาหมอกควันข้ามแดน ทั้งนี้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเป็นปัญหาระดับภูมิภาคของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พบรุนแรงในช่วงฤดูเตรียมพื้นที่เพาะปลูกของประเทศอินโดนีเซีย มลสารที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ถูกพัดพาเข้ามาในพื้นที่ด้วยลม ดังนั้นการใช้ข้อมูลพยากรณ์ลมรวมกับแผนที่จุดความร้อนของการเผาไหม้จะทำให้คาดการณ์สถานการณ์ปัญหาหมอกควันในพื้นที่เทพาได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเรื่องการเตือนภัยจากสภาพอากาศรุนแรง อย่างกรณีพายุปาบึกที่พัดเข้าอ่าวไทย ชุมชนต้องการทราบว่าจะเกิดผลกระทบโดยตรงจากพายุหรือไม่ ซึ่งข้อมูลการพยากรณ์ลมและสภาพอากาศที่กล่าวมาทางชุมชนสามารถเข้าถึงได้ผ่านทางเว็บไซต์ของ กฟผ. นอกจากนี้ ยังมีการส่งข้อมูลให้แก่ชุมชนทางช่องทางไลน์กลุ่มต่างๆ ของชุมชน เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่า กฟผ. จะยังไม่ได้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาแล้วก็ตาม

 

ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน กฟผ. ยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเท ผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย โดยมุ่งมั่นใส่ใจตั้งแต่ต้นทางที่กระบวนการผลิตไฟฟ้า ควบคุมคุณภาพการดำเนินงานให้ได้มาตรฐานความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นผู้บริโภคปลายทาง  และ กฟผ. ยังให้ความสำคัญในการดำเนินงานด้านสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (CSR)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าต่างๆ   กฟผ. จะขอเคียงคู่อย่างกัลยาณมิตร ร่วมพัฒนา และดูแลชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนตลอดไป

                                                  ..............................................................................................


อ่านต่อ