“เราคือหนึ่งเดียว” โดย มูลนิธิเพื่อการศรัทธาและพัฒนาสังคม

“เราคือหนึ่งเดียว” โดย มูลนิธิเพื่อการศรัทธาและพัฒนาสังคม

          เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 มูลนิธิเพื่อการศรัทธาและพัฒนาสังคม ได้จัดงาน “เราคือหนึ่งเดียว” ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ  โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ มี3ประการคือ 

         1. เพื่อหารายได้ใช้จ่ายในกิจการของมูลนิธิ 2. เพื่อเผยแผ่ผลงานและภาพลักษณ์ของมูลนิธิ 3.เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิม  สร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่าพี่น้องต่างศาสนิก โดยในงานดังกล่าวมีนายอาศิส   พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เป็นประธานกิตติมศักดิ์  และนายอารีย์   วงศ์อารยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี 

          ดร.มนัส  นานา  ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า มูลนิธิอิสลามเพื่อการศรัทธาและพัฒนาสังคม ได้ก่อตั้งมาแล้วเป็นเวลา 25 ปี มีบทบาทและภารกิจในการพัฒนาคน โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพของคน โดยเฉพาะทางด้านจิตใจ  ให้พี่น้องมุสลิมอยู่ในหลักศาสนาและสามารถนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม  และพัฒนาสังคมโดยเน้นการพัฒนาองค์กรเครือข่ายให้มีการบริหารการจัดการและพัฒนาสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ  

           ปัจจุบันมีองค์กรเครือข่ายรวมเป็นพันธมิตรในการทำงาน 20 องค์กร  โดยใช้ยุทธศาสตร์การผนึกกำลังแบบแยกส่วน  ซึ่งองค์กรทุกองค์กรที่มาทำงานจะมีเป้าหมายเดียวกัน  แต่การบังคับบัญชาของแต่ละองค์กร  ไม่ต้องขึ้นตรงต่อกัน  แต่ละองค์กรมีอิสระในการทำงาน  รวมทั้งยังให้การสนับสนุนผู้ที่เดือดร้อน  และผู้ด้อยโอกาสทางสังคมโดยไม่เลือกเชื้อชาติศาสนาอีกด้วย 

      ผลงานในปีที่ผ่านมาคือ  การอบรมให้ความรู้ในการบริหารองค์กร และช่วยเหลือสนันสนุนงบประมาณในองค์กรเครือข่าย  อบรมเกี่ยวกับอาชีพและการศึกษาด้านศาสนา  และช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่เด็กกำพร้า  ผู้ต้องขังในเรือนจำ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส แก้หนี้นอกระบบให้แก่แม่ค้าในตลาดสายหยุด  การให้ความสงเคราะห์ผู้ประสบอุทกภัย  การสร้างความรู้  ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาอิสลามที่ถูกต้องแก่คนต่างศาสนิกและผู้สนใจ

      การจัดงานในครั้งนี้ อยู่ในรูปแบบของการร่วมรับประทานอาหารภายใต้แนวคิด “เราเป็นพี่น้องร่วมชาติเดียวกัน” จึงให้ชื่องานนี้ว่า “เราเป็นหนึ่งเดียว” ซึ่งหมายความว่าองค์กรทุกๆองคาพยพของสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคม พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู  ซิกส์  ล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวพันกันในระบบ  เปรียบเสมือนฟันเฟืองหรือกลไกที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆกัน ดังนั้นทุกองค์กรที่แก้ไขปัญหาสังคมและประเทศชาติจึงจำเป็นที่ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว














อ่านต่อ