กริช…เกียรติศักดิ์แห่งคาบสมุทรมลายู

กริช…เกียรติศักดิ์แห่งคาบสมุทรมลายู

    กริช หรือที่เรียกกันในภาษาท้องถิ่นมลายูว่า กรือเระฮ์ ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของกษัตริย์และคนมลายูสมัยก่อนและเป็นการบ่งบอกถึงเชื้อสายวงศ์ตระกูลอีกด้วย แต่ตามความหมายที่ Beritamuslim life ตรวจสอบพบว่าในพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  ระบุคือ อาวุธสองคมแบบพระขรรค์ มีรูปทรงคดปลายแหลมใบบาง มีความสั้นและยาวพอๆกับพระขรรค์

    สำหรับประเทศไทย กริช หรือ กรือเระฮ์ ปรากฏเมื่อประมาณ 300  กว่าปีก่อน เมื่อเจ้าเมืองรามันประสงค์ที่จะมีกริชไว้คู่ตัว และไว้เป็นของคู่บ้านคู่เมืองหรือมีไว้เพื่อมอบให้กับบรรดาเหล่าขุนนางผู้จงรักภัคดีมีคุณงามความดีต่อบ้านเมือง รวมถึงมีไว้เพื่อเป็นของขวัญแก่แขกบ้านแขกเมือง แต่กริชที่ดีในช่วงยุคสมัยนั้นหายากมากจึงได้เชิญช่างฝีมือดีมาจากเมืองชวามาเป็นช่างประจำเมืองตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ บ้านนะต๊ะ(ปัจจุบันคือต.ยะต๊ะอ.รามันจ.ยะลา) โดยเรียกขานว่า ปาแนซาระห์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เมืองรามันเป็นที่รู้จักในเรื่อง กริช ว่า “กริชปาแนซาระห์”

    องค์ประกอบที่สำคัญของกริช ตัวกริช เรียกว่า ตากริช หรือ ใบกริช เป็นโลหะที่มีส่วนผสมตามความเชื่อของช่างมีลักษณะโคนกว้าง ส่วนปลายเรียวแหลม ที่คมทั้งสองด้าน ตัวกริชนั้นมีโครงสร้างที่แตกต่างกันอยู่สองแบบ ตัวกริชแบบใบปรือกับตัวกริชแบบคด ส่วนการหลอม การตี การฝน การลับกริช ต้องอาศัยจิตใจที่มีความสงบและมีสมาธิ สามารถกำหนดสัดส่วนของโลหะที่ผสมกันและใช้ประสบการณ์ที่สูง

    จากสภาพสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนวิถีชีวิต ความคิด และความเชื่อต่างๆ รวมถึงค่านิยม จากกริชที่เคยเป็นอาวุธประจำกายและเป็นศิลปวัตถุ จึงกลายเป็นของที่ระลึกหรือของสะสมได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือย่อส่วนใหม่มีขนาดเล็กตามความต้องการในตามยุคสมัย


เรียบเรียงโดย : Beritamuslim

อ่านต่อ







**นโยบายการเผยแพร่ซ้ำ

บทความดังกล่าวนี้ เป็นผลงานแปล และเรียบเรียง โดย Beritamuslimmag.com ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ อนุญาตให้เผยแพร่บทความซ้ำ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อบทความ และ URL ลิงค์กลับสู่ต้นฉบับที่ปรากฏบนเว็บไซต์ www.beritamuslimmag.com ไม่อนุญาตให้ทำการดัดแปลง แก้ไข ทำซ้ำ และเรียบเรียงใหม่ หรือไม่ว่าจะกระทำการอันใดที่ผิดไปจากต้นฉบับ หากบุคคลใดหรือนิติบุคคลใดคัดลอก ทำซ้ำ แก้ไขเปลี่ยนแปลง ดัดแปลง ตีพิมพ์ เผยแพร่ Beritamuslimmag สงวนสิทธิที่จะดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อผู้กระทำผิดขั้นสูงสุดตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับบัญญัติไว้โดยทันที