คำเตือน!!! อันตรายนอนหลังจากกินซาโฮร

    ในเดือนรอมฎอนอัลลอฮฺ(ซบ.)ได้บังคับให้เราทำการถือศีลอดเหมือนกับที่พระองค์ได้บังคับคนที่เกิดก่อนเราดังที่ได้บัญญัติไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! การถือศีลอดนั้นได้ถูกำหนดแก่พวกเจ้าแล้ว เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดแก่บรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเจ้ามาแล้วเพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง ซูเราะฮฺ(อัล-บะเกาะเราะฮฺ :183)  แต่ก่อนที่จะทำการบวชนั้นเราจะต้องกินซาโฮรก่อน หนึ่งในซุนนะฮฺของการถือศีลอดนั้นก็คือ การกินซาโฮร ในสมัยของท่านรอซุลรุลอฮฺ(ซล.)และเหล่าซอฮาบัตที่เป็นรุ่นแรกของอุมัตอิสลามที่ไม่ได้นอนหลังซาโฮร แน่นอนว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สำหรับวันนี้หลายคนยังคงรู้สึกง่วงนอนและเพิ่มความเร็วในการกินซาโฮรเพื่อกลับไปนอนอีกครั้ง ผลของมันก็คือทำเกิดความล่าช้าในการอีบาดะฮฺนั้นก็คือการละหมาดซุบฮฺ ทำให้ความบารอกัตในตอนเช้าของเขานั้นได้หายไป และเป็นที่ประจักษ์ว่าการนอนหลังจากกินซาโฮรนั้นในทางการแพทย์ได้บอกว่าจะส่งผลเสียต่อร่างกายของเรา และนี่คือสาเหตุว่าทำไมคนถึงไม่แนะนำให้นอนหลังจากที่กินซาโฮร

ประการแรกอาจจะทำให้ปวดท้องและเป็นกรดในกระเพาะอาหารได้

    หลังจากรับประทานอาหารเข้าไป(ซาโฮร) ระบบย่อยอาหารกำลังทำงานในการย่อยและดูดซึมสารอาหารที่มีอยู่ในกระเพาะและใช้เวลาพอสมควรตามปกติของระบบการย่อยอาหารจะใช้เวลาในการย่อยประมาณ 2-4 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร  เมื่อเรากลับไปนอนต่อหลังจากที่กินอาหาร (ซาโฮร) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่านอนหงายระบบย่อยอาหารจะทำงานช้าหรือยากมากในการย่อย  หากเป็นผลให้บางชนิดก็จะทำให้มีอาการปวดในลำไส้และทำให้ความร้อนกระจายไปทั่วหน้าอกและลำคอเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของกรดในกระเพาะอาหาร

ประการที่สองอาจทำให้เป็นกรดไหลย้อนได้ 

    กรดไหลย้อนเป็นที่เกิดจากความผิดปกติของหูรูดของหลอดอาหารหรือความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารขึ้นไปในหลอดอาหารทำให้เกิดเช่น รู้สึกแสบร้อนกลางอก ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งบอกว่าเป็นกรดไหลย้อน ได้มีคนตื่นหลังจากที่นอนหลังกินซาโฮรเขารู้สึกแสบร้อนกลางอกและรู้สึกขมที่ปาก ทางการแพทย์ได้แนะนำว่าควรเว้นช่วงจากการกินและการนอนเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ถ้าหากตามซุนนะฮฺของท่านรอซุลรุลลอฮฺ(ซล.)ก็จะนานกว่านั้น ท่านและเหล่าซอฮาบัตของท่านใช้เวลาหลังจากที่กินซาโฮรเสร็จด้วยการละหมาดและการซีกิรและหลังจากที่ละหมาดซุบฮฺเสร็จท่านได้ทำการซีกิรจนพระอาทิตย์ขึ้น สำหรับการงีบหลับหรือการพักผ่อนนั้นท่านเลือกที่จะนอนในตอนกลางวันอย่างที่เรียกกันว่า istilah qailulah (การนอนกลางวันแบบท่านรอซุลรุลลอฮฺ(ซล.))

ประการที่สามอาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้

    การนอนหลังจากที่กินซาโฮรอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ อ้างอิงจากการศึกษาพบว่าคนที่เว้นช่วงเวลาในการนอนกับการกินได้นานที่สุดจะไม่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้แต่ในทางกลับกันคนที่เว้นช่วงเวลาในการกินและนอนได้สั้น เขาจะมีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้

ประการที่สี่อาจทำให้ปวดหัวได้

    ถ้าเรานอนหลังจากที่ละหมาดซุบฮ เมื่อเราตื่นขึ้นมาเราจะรู้สึกคอแห้งและเจ็บคออีกทั้งยังไม่รู้สึกสดชื่น แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้ารู้สึกปวดหัวจากด้านบนหรือด้านหลังของศีรษะ นั้นคือผลกระทบที่เรานอนหลังจากที่กินซาโฮรหรือในตอนเช้า จากการศึกษาพบว่า การนอนเช้าเป็นสาเหตุทำให้น้ำไขสันหลังเคลื่อนที่ไปยังสมองส่งผลทำให้เกิดอาการปวดหัว

    นอกจากจะเป็นอันตรายในด้านสุขภาพ การนอนหลังซาโฮรนั้นยังเป็นสิ่งที่ปิดกั้นประตูริสกี ซึ่งในฮาดิษรายงานโดย อาบูดาวูด ว่า ท่านร่อซูลกล่าวว่า “โอ้ อัลลอฮฺ จงให้ความบารอกัตในช่วงเช้าแก่ฉันด้วยเถิด” ในฮาดิษดังกล่าวท่านร่อซูลได้ทำการขอดุอาสำหรับผู้ที่ตื่นมาในตอนเช้า แต่ในทางกลับกันดุอาอฺนั้นแสดงให้เห็นว่าสำหรับคนที่นอนหลังซุบฮีแล้ว พวกเขาจะไม่ได้รับความบารอกัตอย่างที่ได้กล่าวไว้ในฮาดิษนบี. ความบารอกัตในอายัตนี้สามารถตีความหมายได้อย่างกว้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วความหมายของมันคือ สิ่งดีๆจะเพิ่มพูน และสามารถเห็นในหลายๆรูปแบบ เช่น หากทำธุรกิจเขาจะได้รับกำไรที่มาก จนสามารถที่จะบริจาคให้การกุศลหรืออาชีพการงานของเขามีการพัฒนาที่ดีขึ้นจนง่ายที่จะให้การบริจาคทาน.

    และประการสุดท้ายคือ จะกลายเป็นคนขี้เกียจและไม่มีความกระตือรือร้น. โดยปกติแล้วหากทำการนอนหลังซาโฮรหรือในช่วงเช้านั้น ร่างกายของเราจะมีความรู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำกิจกรรม อารมณ์ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี เมื่ออารมณ์ไม่ดีแน่แท้มันจะออกมาในรูปแบบของสีหน้าที่แลดูซีด. ดังนั้นทางที่ดีเราควรเพิ่มความเป็นคนที่สดใสในช่วงเช้าด้วยการ ทำอามาลอีบาดัต ซีกีร อ่านอัลกุรอานในตอนเช้าหรือหากจะทำความสะอาดบ้านก็จะดีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้แล้วมันจะส่งผลดีต่อคุณในวันข้างหน้าและที่สำคัญคือคุณจะมีความกระตือรือร้นอยู่ตลอดทั้งทางกายและจิตใจ

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว สำหรับใครที่ยังทำพฤติกรรมเช่นนี้อยู่ ก็หยุดนะคะ 

ที่มา Detik Islam

แปลและเรียบเรียงโดย Awatih/Beritamuslim


อ่านต่อ