บรุคไซด์วิลเลย์ ตื่นตาตื่นใจ จนวิ่งไล่ตามเวลาไม่ทัน

บรุคไซด์วิลเลย์ ตื่นตาตื่นใจ จนวิ่งไล่ตามเวลาไม่ทัน

                ออกตัวก่อนนะครับ หากคิดว่า คอลัมน์ “สโลว์ไลฟ์” บายบังรอน จะเป็นพวกโลกสวย เห็นอะไร ก็ชมดะไปหมด ล่ะ คุณกำลังคิดผิดครับ ดีก็ให้กำลังใจกัน หากไม่ดี ก็ไม่แนะนำ ว่ากัน ตรงๆ ตามเนื้อผ้าครับ เฉกเช่นการมาสังสรรค์ประจำปีของออฟฟิศปีนี้ที่เลือกบรุคไซด์วัลเล่ย์ จังหวัดระยอง เป็นที่หมาย ไม่ใช่ผมคนเดียวที่รู้สึกเสียดายเวลา แต่กว่าครึ่งค่อนของผู้ร่วมคณะล้วนมีความเห็นไปในทางเดียวกัน

                มีบางขณะจิตที่อดรนทนไม่ไหว อยากเข้าไปต่อว่า เจ้าของไอเดียที่พาเรามาที่นี่ แต่พอรู้ว่า เป็นใคร ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทน อยากรู้ว่า พวกผมเจออะไรกันมาบ้างกับ 2 วัน 1 คืนที่บรุคไซด์วัลเล่ย์แห่งนี้ติดตามได้เลย

                เริ่มแรกบรรยากาศครับ ที่นี่ไม่มีทะเล ไม่มีหาดทราย ไม่มีสิ่งใดเลยที่ตรงกับจินตนาการ เป็นเพียงเมืองเล็กๆ สไตล์ตะวันตก ได้รับการออกแบบให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมีสีสัน สวยงาม แปลกตา กระจัดกระจายรอบๆ ทะเลสาบขนาดใหญ่กว่า 30 ไร่ กลางหุบเขา


                หลังเช็คอินเก็บสัมภาระเข้าห้องพักซึ่งโรงแรมทรงยุโรปสีขาว ริมทะเลสาบ ได้เวลาที่ผมต้องสำรวจตรวจตราแดนเนรมิตแห่งนี้ เริ่มจากเดินข้ามสะพานแขวนไปยัง Town Center แต่กว่าจะถึงอีกฟากของสะพาน ก็ใช้เวลาร่วมๆ สิบนาทีเลยทีเดียว เพราะสาวๆ ร่วมคณะ กำลังเมามันกับการชักภาพบนสะพานเป็นระยะๆ


                สารภาพก่อนว่า วินาทีนั้นความสนใจของผมไม่ได้อยู่ที่สะพานครับ แต่แอบมองหาป้าย Hollywood บนเขา เพราะตั้งใจว่า ทันทีที่มาถึงจะถ่ายไปอวดคนที่ใต้สักหน่อย แต่มองหาเท่าไรก็ไม่เจอ จนพนักงานที่นี่ชี้ชวนให้ไปถ่ายภาพ ณ จุดถ่ายภาพหลัก นั่นแหละครับ ถึงได้เจอป้าย Hollywood สมใจ คะเนด้วยสายตาแล้ว ขนาดป้ายไม่น่าเกิน 40 ซม. แล้วที่เด่นตระหง่านบนเขาที่คนอื่นๆ เขาถ่ายกันคืออะไร คำตอบก็ป้ายนี้แหละครับ เพียงแต่ต้องยืนตำแหน่งที่เขามาร์คจุดไว้ กล้องก็ต้องจุดที่เขากำหนดไว้เช่นกัน ถึงจะได้ภาพคู่กับ Hollywood...คิดได้ไง

                อีกจุดหนึ่งที่ต้องขอแนะนำก็คือ “Strawberry Town” สวนสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ที่ปลูกไล่ระดับลดหลั่นลงมาสู่เบื้องล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของตัวอาคารที่ได้รับการออกแบบและก่อสร้างอย่างสวยสดงดงามสไตล์ตะวันตก มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตั้งอยู่ตามตึกสีสันสวยงามต่างๆรวมทั้งอีกหลากหลายพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะ Holland Village ที่มีกังหันลมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ จะถ่ายภาพด้านล่าง หรือขึ้นไปชมวิวด้านบน ได้ตามสะดวก


                ผมขอไม่พูดถึงเวลาบางส่วนที่หมดไปกับกิจกรรมสันทนาการที่ออฟฟิศเตรียมไว้ให้ เอาเป็นว่ารื่นรมย์ชมวิวยังไม่ทันหนำใจ อาทิตย์ก็ชิงลับลาขอบเขาไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ แต่สิ่งที่เห็นก็คืออีกมุมงามๆ ของบรุคไซด์ในยามค่ำคืนที่สวยสดงดงามไม่น้อยหน้ากลางวัน

                เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ผมมีนัดกับสาวๆ กับกิจกรรมมันส์ๆ ในโซน Adventure Land ที่หมายมั่นมาตั้งแต่เมื่อวาน โดยเฉพาะ 1-2-Fly โหนสลิงข้ามทะเลสาบ ระยะทางกว่า 200 เมตร ด้วยความที่เป็นชายหนุ่มคนเดียวของกลุ่มเลยอาสาว่าจะเป็นคนแรก แต่พอขึ้นไปด้านบนหอจริงๆ แล้ว นึกขึ้นได้ว่า ลูกผู้ชายที่ดี ควรเสียสละให้ผู้หญิง คูปองหนึ่งไป โหนไป และก็โหนกลับ ขาไปก็มีกลัวบ้าง แต่ขากลับ ติดใจครับ อยากเล่นต่อ โซนนี้ ยังมีกิจกรรมแนว Adventure อีกเยอะครับ ทั้ง Candy X-cite กิจกรรมบนฐานเชือก 10 ฐาน ครบทั้ง ปีน-ป่าย-ไต่-โหน, Rock –On ปีนหน้าผาจำลอง, Sky Riding ขี่จักรยานไต่เส้นลวด ข้ามทะเลสาบ       แต่สุดท้ายแล้ว สาวๆ ลงความเห็นว่า เวลาที่เหลืออยู่ ขอเป็น Water Bee เรือถีบนำเข้าจากแคนาดาดีกว่า เข้าท่าครับ ถีบเรือกลางผืนน้ำที่เงียบสงบ ในวันที่ฟ้าหลัว ไม่มีแดด สุดยอดจริงๆ ครับ


                ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่เราพลาดไปในการเดินทางมาครั้งนี้ เพราะเวลาจำกัด กลับมาถึงกรุงเทพฯ ยังเสียดาย ใครถามว่า ไปเที่ยวเป็นไง ก็ได้แต่ทำหน้าเซ็งๆ แล้วตอบไปว่า เสียดายเวลา.....ที่มาบรุคไซด์ 2 วัน 1 คืน....นี่มันน้อยไปจริงๆ ฮิ 















อ่านต่อ