สะพายกล้อง ท่องปีนัง

             ทันทีที่ได้รับหมายเชิญไปร่วมทริปเยือนถิ่นเสือเหลืองที่ทางการท่องเที่ยวมาเลเซียส่งมา สัปดาห์เต็มๆ ที่ผมพยายามแวะเวียนเพียรเอาหน้าน้อยๆ ไปพรีเซนต์ให้บอสเห็น วาดหวังเล็กๆ ว่าจะมีชื่อเป็นหนึ่งในผู้ร่วมทริปนี้

                และความพยายามเสนอหน้าของผมก็ไม่สูญเปล่า เมื่อปลายสัปดาห์เดียวกันนั้น บอสผู้น่ารัก ได้เรียกหาผม เพื่อไถ่ถามความสมัครใจ เห็นแก่บอส ผมเสียสละไปเองก็ได้ครับพูดจบ ก็คว้าจดหมายเชิญจากมือบอส รีบรุดออกจากห้องโดยทันที ก่อนที่คู่สนทนาจะมีโอกาสลังเลใจ ตะหงิดๆ อยู่เหมือนกัน เอ..ทำไมคราวนี้ ไม่มีใครแย่งเราเลยหว่าแต่ก็เหอะ อย่างไรเสีย ตั๋วไปมาเลเซีย ก็อยู่มือเราเป็นที่เรียบร้อย



                ไม่นานหลังจาก ทริปเยือนต่างแดนของผมก็เริ่มต้นขึ้น แม้จะปรับเปลี่ยนแผนไปบ้าง จาก บินตรงเป็น บินลงหาดใหญ่แล้วต่อรถ ก็ยังดีเพราะอย่างน้อย ที่หมาย ก็ไปต่างประเทศเหมือนกัน จากด่านสะเดา เราข้ามแดนไป เคดาห์ รัฐแรกที่ได้มีโอกาสเหยียบแผ่นดินมาเลเซีย ไฮไลท์เด็ดๆ เลยอยู่ที่ Tree Top Walk ทางเดินเหนือยอดไม้ที่เป็นแลนด์มาร์คของเมือง ซึ่งว่ากันว่า ผู้จะไปเยือน จะได้ยลความงามในมุมสูง ประดุจลิงที่มองลงมาจากยอดไม้ จนถึงบรรทัดนี้ สิ่งที่ผมตะหงิดไว้แต่แรก เริ่มมีคำตอบแล้วครับ ช่วงเดือนพฤศจิกายน ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะมาเยือนมาเลย์ เพราะคุณจะเจอฝน...ฝน และก็ฝน แล้วที่สุด ผมก็เป็นแค่ลิงตัวน้อยที่เปียกปอนด้วยน้ำ ณ ทางเดินเหนือยอดไม้ เช่นเดียวกับฝูงลิงร่วมคณะ


ขออนุญาติผ่านเคดาห์ สู่รัฐต่อไปอย่างปีนัง 


                ที่นี่ทำให้ผมแช่มชื่นหัวใจยิ่งขึ้น แม้จะถูกรบกวนด้วยสายฝนบ้าง แต่ก็เพียงโปรยปราย ไม่สะบักสะบอมเหมือนรัฐก่อนหน้า ผมมาถึงปีนังก็เกือบเที่ยงคืน ตั้งใจว่า เช้าเมื่อไร จะสะพายกล้องท่องเมืองอย่างอิ่มเอม



สลามัต ปากี ปูเลาปีนัง 


                หลังจากทักทายเมืองปีนัง ด้วยความเบิกบานใจ เพราะเช้าวันนี้ ไม่มีเม็ดฝนมาให้รำคาญใจ ผมรีบรุดเข้าสู่ที่หมายแรก เซเว่นอีเลฟเว่น ของเมืองนี้ที่เป็นแค่ห้องเล็กๆ ต่างจากที่คุ้นตาในบ้านเรา แถมคิดเงินเสร็จ ไม่ยอมถามว่า รับซาลาเปาทานเพิ่มไหมอีกต่างหาก


เช้านี้กับโรงแรมเอเวอร์กรีน


                ผมถึงเพิ่งรู้ว่า โรงแรมที่ผมพักติดกับชายหาด แต่เป็นชายหาดโคลนที่เล่นน้ำไม่ได้ ไม่เหมือนอีกฝั่งของเมืองที่เป็นหาดทราย ร้านรวงสองข้างทางที่เดินไปชายหาด เต็มไปด้วยอาหารหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งติ่มซำ อาหารจีน อาหารมลายู หรือแม้แต่อาหารเมียนมา


 

                สายๆ วันนั้น ผมไปเยือน PINANG  PERANAKAN  MANSION บ้านซึ่งเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมๆ ที่จำลองวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมือง เปอรานากันไว้อย่างน่าสนใจ คนที่นี่ จะเรียกลูกชาย บาบ๋า และเรียกลูกสาว ย่าหยา เหมือนละครที่เคยไปฉายเมืองไทย บรรยากาศภายใน เหมือนนำเราย้อนเวลากลับไปในอดีตโดยพริตตี้สาว มากประสบการณ์ ในชุดประจำถิ่นถ่ายทอดเรื่องราว ทั้งการออกแบบบ้านเรือน ของใช้ของคนยุคเก่าก่อน


โปรแกรมต่อมาที่การท่องเที่ยวมาเลเซีย จัดเตรียมไว้คือ การเดินชม...


                Street Art หนึ่งในเสน่ห์ของเมือง ที่ต่างจากจิตรกรรมผนังตึก ริมกำแพงบ้านเราที่บอกหมด ใครลูกใคร สถาบันไหนพ่อสถาบันไหน แต่ Street Art ที่นี่ จะถ่ายทอดความงดงามของวัฒนธรรมการดำเนินชีวิต



                ส่วนเวลาบางส่วนในทริปมาเลเซียของผม จะอยู่ในห้องสัมมนา ซึ่งเป็นโปรแกรมหลักที่ใส่ไว้จดหมายเชิญ เป็นสิ่งเดียวที่ผมไม่ได้สังเกตุเห็นเหมือนคนอื่นๆ แต่อย่างว่าครับ บ่นกับใครก็ไม่ได้ ดันหลุดปากไปเอง เห็นแก่บอส ผมเสียสละไปเองก็ได้ครับ

อ่านต่อ