แหลมตาชี อัญมณีปลายด้ามขวาน

ทันทีที่รับรู้ข่าวว่าจะมีการพัฒนา แหลมตาชีหรือแหลมโพธิ์ ในเขตหมู่บ้านปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ให้เป็นสถานที่ระดับสากล ผมไม่รีรอที่จะต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าจะสวยสดงดงามเพียงใด

หลังจากหาข้อมูลแล้ว ผมตัดสินใจเดินทางทันทีครับ ผมเลือกเดินทางโดยทางน้ำซึ่งนั่งเรือจากท่าด่าน อ.ยะหริ่ง บริเวณแม่น้ำปัตตานี ล่องออกมาทางคลองยามู เพื่อตรงไปยังแหลมเลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็ถึง

ที่เลือกนั่งเรือก็เพราะส่วนตัวชอบชมบรรยากาศสองฝากฝั่งริมน้ำ ผมว่าเป็นอะไรที่โรแมนติกดีนะ... แต่ใครจะเลือกเดินทางโดยรถยนต์ก็ได้นะครับ มา อ.ยะหริ่งไปที่ ต.ตะโละกาโปร์ แล้วนั่งเรือหางยาวไปถึงปลายแหลม

ย่างก้าวแรกของรอยเท้าที่ย่ำลง สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของผืนทราย พร้อมๆ กับความสวยงามของชายหาดที่ขาวสะอาด มองเห็นได้ยาวไกลจนสุดสายตา เพียงได้สัมผัสแค่นี้ผมก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาแหลมแห่งนี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับสากล

คนในพื้นที่เล่าให้ผมฟังว่า แหลมแห่งนี้ เกิดจากการก่อตัวของสันทรายที่ยื่นออกไปมีความยาวประมาณ 16 กิโลเมตร โดยปกติแล้วปลายแหลมงอกเพิ่มขึ้นทุกปีปีละประมาณ 20-40 เมตร และชายฝั่งมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ อันเนื่องมาจากคลื่นลมและกระแสน้ำชายฝั่ง บางบริเวณจึงมีน้ำลึก บางบริเวณมีสันดอนใต้น้ำ

ผมเริ่มกดชัตเตอร์พร้อมเดินพูดคุยไปเรื่อยๆ ก็ได้ความรู้เพิ่มเติมว่า ด้านนอกแหลมเป็นหาดทรายตลอดแนวจนถึงปลายแหลมตัดอ่าวไทย ตรงนี้มีภูมิทัศน์ที่สวยงามเหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ส่วนด้านในติดอ่าวปัตตานีเป็นที่ตั้งของชุมชนที่ประกอบอาชีพประมงเป็นหลัก และมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ปลาดุก ปลากะพง หอยแครง หอยแมลงภู่ ฯลฯ

สภาพป่าสนทะเล ที่อุดมสมบูรณ์ที่อยู่ควบคู่หาดทรายขาวสะอาดและความสดใสของน้ำทะเลเหมาะสำหรับการตากอากาศและเล่นน้ำทะเลมากๆ ครับ นอกเหนือจากเป็นแหลมที่มีความยาวที่สุดในประเทศแล้ว ที่นี่ยังเป็นหนึ่งเดียวของประเทศที่สามารถเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นและตก ณ จุดเดียวกัน

เย็นนี้ผมเลือกที่ชมและถ่ายภาพดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่นี่ แล้วหาที่พักใกล้ๆ ชายหาด นอนฟังเสียงคลื่นสักคืน แล้วพรุ่งนี้เช้าจะลุกขึ้นมาถ่ายภาพแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณอีกครั้งหนึ่งครับ...


ภาพ : เฟาซี ยะซิง


อ่านต่อ