ฟ้าจรดทรายที่Bukhara

แสงแดดยามเที่ยงที่กำลังระอุสาดส่องมายังร่างกายพร้อมๆกับสายลมที่พัดพาเม็ดทรายมากระทบกับใบหน้าและแทรกปะปนบนในริมฝีปาก  เป็นปรากฎการณ์ของชาวเมืองบูคาร่ามาตั้งแต่ครั้งอดีตเมื่อ 2,500 ปีที่แล้ว  แม้เวลาจะผ่านไปนานแสนนานแต่เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่ยังถูกกล่าวขานและเป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


        Bukhara เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ ของอุซเบกิสถาน  ถูกยกย่องจาก UNESCO World Heritage Sites ให้เป็นมรดกโลก   เพราะเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญทางการค้าโบราณตามเส้นทางสายไหมและศูนย์กลางศาสนาอิสลามในเอเชียกลาง  ประการสำคัญที่นี่ยังคับคั่งไปด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ทั้งยังเป็นสถานที่รวบรวมนักคิดและปราชญอิสลามอย่างมากมาย เช่น อิหม่ามบุคอรียฺผู้รวบรวมฮะดีสท่านศาสดามูฮัมมัด ,  อบูซีนา แพทย์ที่มีชื่อเสียง


            

        ป้อม The Ark Fortess ใจกลางเมือง ที่สร้างในศตวรรษที่ 5 บนพื้นที่ 25 ไร่ มีกำแพงสูง กว่า 20 เมตร ยาว 800 เมตร  บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี  รวมไปถึงปูชนียสถานอย่าง Blo Hou Complex อาคารมัสยิดในสมัยกลาง ,  Lyab I hau  สถานที่สอนศาสนาที่ตั้งอยู่บริเวณสระน้ำ รอบๆมีต้นมัลเบอร์รี่  


            ที่นี่ยังมีสุสานของบุคคลสำคัญMahouddin Nakshabandi ผู้นำศาสนาอิสลามซูฟี  ที่มีอายุกว่าห้าร้อยปี  สุสานของอิสมาอิล ซามานิดส์ ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีพระราชวังฤดูร้านของ อามีร์  อัคคาร์ด สร้างในศตวรรษที่ 19 และเหนือสิ่งอื่นใดการได้มีโอกาสเดินในบาร์ซาร์โบราณ  ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าทึ่งและตระกาลเป็นพิเศษด้วยของขายที่หลากหลาย


            นอกเหนือไปจากโบราณสถาน โบราณวัตถุและสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว  เสน่ห์บนดินแดนเส้นทางสายไหมแห่งนี้คืออาหารการกินที่ผู้มาเยือนจะต้องจดจำอย่างมิรู้ลืม  ด้วยพืชผักผลไม้นานาชนิดที่สดอุดมสมบูรณ์  ถูกนำมาเสริฟเป็นออเดิฟในประเภทสลัด   ตามคิวด้วยอาหารเมนคอร์ดและตบท้ายด้วยของหวานจนอิ่มหนำสำราญ 


             แทบไม่น่าเชื่อว่าดินแดนที่ถูกปิดกั้นอยู่หลังม่านเหล็กมากว่า 80 ปี บนพื้นที่เอเชียกลางแห่งนี้ ที่กำลังเปิดตัวเองสู่โลกภายนอกให้โลกยลโฉมอีกครั้ง จะคับคั่งไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานอันหลากหลายได้อย่างลงตัว ควบคู่ไปกับมิตรภาพที่อบอุ่น   


อ่านต่อ