เที่ยวไทย ตามรอยพระบาท กาลครั้งหนึ่ง ประทับใจ “ไกด์น้อย”บนดอยอินทนนท์

    “ไปเที่ย..นะ..ตกไหม ค..รับ” เสียงพูดภาษาไทยแม้จะไม่ชัดเจน แต่ฟังรู้เรื่องของนายเจี๊ยบ (พระเอกเรื่องแฟนฉัน ... ภาคชาวเขา) เจ้าหนูวัย 9 ขวบ ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่ฉีกยิ้มกว้าง (จนเห็นฟันเต็มปาก)อย่างประจบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กำลังปั่นจักรยานร้องเพลงโอ๊ะเย...โอ๊เย โอ๊ะโอ๊ะเย...อย่างสบายอารมณ์ ขณะเดียวกันหากเห็นนักท่องเที่ยว เขาจะเบรกรถคู่ใจแล้วหันมาตีซี้ถามอย่างชักชวนให้ไปเที่ยวด้วยกัน  ก็เป็นอาชีพของเขานี่นะ ไกด์ (ตัวน้อย) บนยอดดอยสูง แห่ง สถานีวิจัยโครงการหลวงดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ โครงการหลวงอีกแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ 


    นอกจากเขาจะ (อยาก) เป็นนายเจี๊ยบ บนดอยแล้ว หนุ่มน้อยคนนี้มีชื่อเป็นคนเมืองว่า ด.ช.บรรพต วิบูลย์บรรพต และยังมีชื่อเล่น ที่น้าเขยชาวญี่ปุ่นตั้งให้ตั้งแต่เกิดอีกว่า เคนอิจิ ซึ่งเขาชอบให้เรียกชื่อนี้ หรือ เจี๊ยบ มากกว่าชื่อที่เป็นทางการ “วอเชอะ

    นายเจี๊ยบ หรือ เคนอิจิ เริ่มต้นกล่าวคำว่า “สวัสดี...ครับ” เป็นภาษาม้ง เมื่อชักชวนให้นั่งคุยด้วย และบอกเขาว่า วันนี้จะขอจองคิวพาเที่ยวชมน้ำตก ขณะเดินไปด้วยกัน เขาก็เริ่มเปิดฉากเล่าให้ฟังว่า ส่วนใหญ่ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวบนนี้มาก เขาก็จะหารายได้ด้วยการพานักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมน้ำตกสวนหลวงสิริภูมิ เพื่อดูความสวยงามสวนไม้ดอกและไม้ยืนต้นนานาพรรณ ที่ปลูกลดหลั่นไต่ขึ้นไปตามยอดเนินเขา และมีน้ำตกห้อยเป็นสายระย้ายาวตกมาอยู่ด้านหลัง เพื่อแลกกับทิป ที่แล้วแต่แขกทั้งไทยและเทศของเขาจะให้ จะได้มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแขกเป็นหลัก 

    “ผมก็จะบอกแขกว่า บนนี้มีอะไรบ้าง มีดอกไม้สวยๆ มีน้ำตก เป็นสวนที่สร้างขึ้นเพื่อคนมาเที่ยวได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติ แล้วชื่อสวนก็ยังเป็นชื่อของในหลวงกับราชินีด้วย" 



  นายเจี๊ยบชาวดอย พูดเป็นต่อยหอย พร้อมกับโอ้อวดว่า อาชีพไกด์ของเขานี่ไม่เหมือนคนอื่นๆ นะ เพราะสืบต่อกันทางสายเลือด(ว่าเข้าไปนั่น) เพราะเขาสืบสานงานต่อมาจากพี่ชาย 

    “มีพี่น้อง 3 คน ผมเป็นคนเล็ก มีพี่ชายอีก 2 คน เขาไม่มีเวลามาทำอย่างนี้แล้ว ผมก็เลยทำ เพราะผมชอบ นักท่องเที่ยวบางคนใจดี เคยทำงานแล้วมีนักท่องเที่ยวให้ผมตั้ง 100 บาท ดีใจมาก เพราะส่วนใหญ่ที่ทำก็ได้ประมาณ วันละ 20-30 บาท”

    นายเจี๊ยบช่างจ้อ ยังคงจ้อต่ออีกว่า เขาทำงานพานักท่องเที่ยวขึ้นดอย เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น พอได้เงินมาหลังจากซื้อมาม่าหรือข้าวกลางวันกินแล้ว ก็จะเอาเงินที่เหลือไปให้แม่เก็บไว้ใช้ด้วย เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ ดูเขาจะภาคภูมิใจเป็นพิเศษที่ช่วยเหลือครอบครัวได้ เพราะยืดอกตอบอย่างมั่นใจพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ถึงสิ่งที่ได้กระทำ

    “ผมว่าพี่ต้องไม่ใช่คนเชียงใหม่แน่เลย ผมดูตาก็รู้แล้ว ถ้าเป็นคนเชียงใหม่ต้องแก้มแดงๆ แต่ถ้าเป็นคนกรุงเทพฯ แก้มแดงนิดหน่อย พี่ต้องเป็นคนกรุงเทพฯ แน่เลย”

    เอากับเขาสิ...นายเจี๊ยบช่างซักหันมาถามเอาด้วยน้ำเสียงใสซื่อทำเอาเราต้องอมยิ้ม 

    เมื่อถามว่า บนดอยนี้มีไกด์กี่คน เขาบอกว่า มีเขาเพียงคนเดียวที่เป็นไกด์เด็กและพานักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยว ดังนั้นในวันหยุดที่ไม่ได้ไปโรงเรียนเขาจะต้องตื่นแต่เช้า แม้ว่าเพื่อนคนอื่นๆ อาจจะยังนอนคลุมโปงกันอยู่ แต่เขาจะรีบกุลีกุจอล้างหน้า แล้วก็กินข้าวเช้า ไม่เกิน 2 โมงเช้า เขาก็จะคว้าจักรยานคู่ชีพไต่ขึ้นมาบนนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไม่มากนัก เพื่อมาดักรอดูว่ามีนักท่องเที่ยวคนไหนที่ไม่ได้มากับกรุ๊ปทัวร์ที่มีไกด์นำทางอยู่แล้ว และอยากไปเที่ยวน้ำตกบ้าง ก็จะเข้าไปตีซี้พร้อมขันอาสาขอเป็นผู้นำทางในการเที่ยวทริปนี้


    “บางวันก็พาไปได้ 2-3 กลุ่ม กลุ่มละ 2-4 คน แล้วแต่ แค่นี้ก็บ่ายเย็นแล้ว หลังจากนั้นผมก็จะกำดอกไม้มาขายตามริมถนนอีก หรือถ้าวันไหนแขกน้อยก็ขายดอกไม้ได้เร็ว ถ้าเป็นวันธรรมดาหลังจากกลับจากโรงเรียนผมก็มาขายดอกไม้เหมือนกัน เป็นดอกเบญจมาศ กำละ 10 บาท” 

    ในวันนั้น อากาศบนดอยเย็นมาก อุณหภูมิไม่เกิน 10 องศา คนพื้นล่างอย่างเราๆ ต้องใส่เสื้อกันสองถึงสามชั้นพร้อมด้วยเสื้อกันหนาว แต่นายเจี๊ยบ กลับแต่งตัวด้วยเสื้อแขนสั้น กางเกงวอร์ม ชุดเท่ตัวเก่าๆ เหมือนไม่รู้สึกรู้สากับสายลมที่พัดความเย็นยะเยือกมา

    “ผมไม่หนาวหรอก ชินแล้ว อยากได้เงินก็ต้องออกมาทำงาน”

     เขาบอกพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ และขยายความต่ออีกว่า ช่วงนี้หน้าหนาวมีคนไปเที่ยวกันเยอะ ต้องรีบทำงานเก็บเงิน อยากให้มีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ขึ้นไปเที่ยวกันมากๆ และอยากให้มีแต่นักท่องเที่ยวดีๆ เขาจะได้ทำงานได้อย่างสนุก พาไปเที่ยวชมทุกที่เลย 

    “รับเงินเขามาแล้วก็ต้องทำงาน....”

    นายเจี๊ยบท่องเบาๆ เนื่องจากไม่คิดว่าจะมีใครได้ยิน (แต่เราก็ยังได้ยิน) เป็นเสียงที่เขาเตือนตัวเองขณะทำหน้าที่ ขณะที่มาช่วยขนของส่งเราขึ้นรถ และได้รับ ทริป จากเราไป ฟังแล้วก็รู้สึกดีที่แม้จะตัวนิดเดียว แต่รู้ว่าต้องทำงานเพื่อให้ได้เงิน ไม่ใช่รอแบมือขอเงิน 

    สมกับที่เป็นลูกหลานโครงการหลวง สมกับที่เป็นลูกหลานพ่อหลวงของคนไทย


    “กูมวนเดเลอะ”

     นายเจี๊ยบบอก "บ๊ายบาย” เป็นภาษาประจำถิ่นของเขา ก่อนจะวิ่งตามท้ายรถโบกมือบ๊ายบาย เป็นการส่งแขกกลับลงมาจากยอดดอย

ปล.ความประทับใจนี้ผ่านมาแล้ว 9 ปี ป่านนี้ไกด์น้อยคงกลายเป็นหนุ่มแล้ว


ที่มา : หนังสือ Berita Muslim life

เรียบเรียงเนื้อหาโดย : เดี่ยวตัวกลม/Berita Muslim


อ่านต่อ