เปิดขุมทรัพย์ทองคำปลายด้ามขวาน

ร่อนทอง ณ.หมู่บ้านทองคำ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

        การร่อนทองของคนที่นี่เป็นเพียงแค่อาชีพเสริม ใช้เรี่ยวแรงที่พอเหลือจากการกรีดยางและทำสวนในช่วงบ่าย มาจับจอบ เสียม เชลียงลงคุ้ยเศษดินร่อนหาทองคำจากลำคลองสายต่างๆที่มาจากต้นน้ำสายเดียวกันบนภูเขาที่ทอดยาวกั้นพรมแดนไทย-มาเลย์ ที่นั่นมีแหล่งทองคำบริสุทธิ์ เพราะเป็นที่ตั้งของเหมืองทองโต๊ะโมะ อันลือลั่นในอดีต

‎        คนที่นี่ไม่โลบเพราะแม้ลำคลองสายต่างๆจะเต็มไปด้วยทองคำที่ไหลมาตกตะกอนในชั้นดิน แต่การพออยู่พอกินตามประสา ก็ทำให้เพียงพอต่อทุกชีวิตที่นี่ พวกเขาเรียนรู้ที่อยู่กับขุมทรัพย์ใต้ดินแห่งนี้ เพื่อที่จะเก็บกินได้ไปชั่วลูกชั่วหลาน การเก็บเล็กผสมน้อยของผงทองเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ในก้นเชลียง หลังจากร่อนเศษหินดินทรายออกไปหมดแล้ว บางวันได้มาก บางวันแทบไม่ได้เลยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาให้ต้องดิ้นรนมากมาย  เหนื่อยนักก็พัก มีแรงก็ทำต่อชีวิตเป็นไปอย่างรู้คิด การร่อนทอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าขึ้นอยู่กับดวง บางคนนั่งแช่น้ำร่อนทองทั้งวัน ทองคำที่ได้แค่เศษผงทองที่รอการรวบรวมให้ได้พอขาย หากเทียบกับคนดวงดีสุดๆ แค่หยิบหินเพียงก้อนเดียวก็พบทองคำเม็ดโตฝังฝังแลเหลืองอร่าม ชีวิตจึงมีสิทธิเลือกได้มากขึ้นจะทุบหินให้แตกละเอียด แลกกับทองคำที่ฝังอยู่ หรือจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นมรดกอันล้ำค่าไว้ชื่นชม บางคนก็เลือกนำไปใส่ไว้ใต้ฐานเสาเอกของบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล

        อีกนัยหนึ่งต้องบอกว่า ชาวบ้านที่นี่ไม่ตื่นทอง แม้บางครั้งคราวจะสั่นไหวไปบ้าง ในยามที่โลกแห่งเทคโนโลยีทันสมัยเริ่มแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน จากกลุ่มทุนที่พยายามแทรกกลางสรรหาเครื่องทุ่นแรงคนเพื่อหวังยืมมือกอบโกยทอง แต่ทว่า ก่อนจะเกิดปัญหาวุ่นวายตามมา ชาวบ้านที่นี่ เลยสร้างบรรทัดฐานสร้างสำนึกทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันตั้งกำแพงด้วยฉันทามติของคนส่วนใหญ่โดยการประกาศเป็นกติกาชุมชน ห้ามใช้เครื่องมือหนักและจักรกลใดๆเพื่อทุ่นแรงแย่งทองไปจาก เชลียง จอบ เสียม และแรคน 

        มาตรการนี้ใช้ได้ผลดีจวบจนปัจจุบัน ที่ต่อให้ใช้เวลายาวนานทั้งชีวิตเพื่อขุดทอง ไปอีกกี่ชั่วลูก ชั่วหลาน

รูปภาพ



เครดิต : Charoon Thongnual@ สุคิริน นราธิวาส

เครดิพภาพ : Roon Nation photo 

อ่านต่อ